ถ้าเคยไปโตเกียวกับโอซาก้ามาแล้ว และเริ่มรู้สึกว่าทริปญี่ปุ่นครั้งหน้าอยากได้อะไรที่คนไทยไปกันน้อยกว่านี้ ฟุกุโอกะและเกาะคิวชู คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดสำหรับช่วงตุลาคมถึงธันวาคม 2026 บินตรงจากกรุงเทพฯ ราว 5-6 ชั่วโมง ลงเครื่องแล้วนั่งรถไฟใต้ดินไม่กี่นาทีก็ถึงใจกลางเมือง วันรุ่งขึ้นต่อรถไฟอีกสองชั่วโมงก็ไปแช่ออนเซ็นกลางหุบเขาได้แล้ว บทความนี้เขียนแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง จากมุมคนไทยที่ ไปเอง ไม่ซื้อทัวร์ ครบตั้งแต่เลือกเดือน อากาศจริงรายเดือน ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของคิวชู เทียบเมืองออนเซ็นสามแบบ วิธีเดินทาง แพลนตัวอย่างรายวัน ไปจนถึงข้อเสียที่ต้องยอมรับก่อนตัดสินใจ

คิวชูคือที่ไหน และทริปนี้เหมาะกับใคร

คิวชูคือเกาะใหญ่ทางใต้สุดของสี่เกาะหลักญี่ปุ่น ประกอบด้วยเจ็ดจังหวัด ได้แก่ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโตะ โออิตะ มิยาซากิ และคาโงชิมะ ประตูหลักของทั้งเกาะคือเมืองฟุกุโอกะ ซึ่งมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ และมีจุดเด่นที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่อื่น คือสนามบินอยู่ใกล้ใจกลางเมืองมาก นั่งรถไฟใต้ดินจากสนามบินถึงสถานีฮากาตะใช้เวลาราว 5 นาที และถึงย่านเทนจินราวสิบกว่านาที แปลว่าวันแรกที่ลงเครื่องคุณไม่ได้เสียไปกับการนั่งรถเข้าเมืองสองชั่วโมงเหมือนหลายเมือง

สิ่งที่ทำให้คิวชูต่างจากเส้นทางโกลเด้นรูทคือ ความหลากหลายในระยะทางสั้น เมืองใหญ่ ออนเซ็นระดับตำนาน ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น หุบเขาหินบะซอลต์ และเมืองท่าที่มีประวัติศาสตร์ฝรั่ง อยู่ในเกาะเดียวกันหมด

  • เหมาะมาก กับคนที่เคยไปญี่ปุ่นแล้ว 1-2 ครั้ง อยากได้โซนใหม่ที่ยังไม่ถูกนักท่องเที่ยวถล่ม
  • เหมาะมาก กับคนที่ชอบออนเซ็น ธรรมชาติ และของกินมากกว่าการช้อปปิ้งแบรนด์เนม
  • เหมาะ กับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่ยอมเช่ารถหรือขึ้นรถบัสได้ เพราะไฮไลต์หลายจุดรถไฟไปไม่ถึง
  • ไม่ค่อยเหมาะ กับคนที่มาญี่ปุ่นครั้งแรกแล้วอยากได้ทั้งดิสนีย์ ทั้งย่านแฟชั่น ทั้งร้านดัง เพราะสเกลเมืองเล็กกว่าโตเกียว-โอซาก้าชัดเจน
  • ไม่เหมาะ กับทริปสั้น 3 วัน 2 คืน เพราะเสียเวลาเดินทางระหว่างเมืองเกินสัดส่วน

ถ้ายังลังเลว่าจะเก็บโตเกียวหรือโอซาก้าให้ครบก่อนดี ลองอ่านบทเปรียบเทียบโตเกียวกับโอซาก้าสำหรับมือใหม่ประกอบ แล้วค่อยตัดสินใจว่าคิวชูควรเป็นทริปที่สองหรือทริปที่สามของคุณ

ไปคิวชูเดือนไหนดี เทียบตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม 2026

ช่วง ตุลาคมถึงธันวาคม คือหน้าท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของคิวชูสำหรับคนไทย เพราะพ้นหน้าร้อนที่ชื้นจัดและพ้นพีคไต้ฝุ่นมาแล้ว อากาศเดินไหว ค่าที่พักและความหนาแน่นก็ต่างกันชัดในแต่ละเดือน ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพก่อนล็อกตั๋ว

เดือนอากาศกลางวันโดยประมาณจุดเด่นข้อควรระวัง
ตุลาคม 2026ราว 20 ปลายๆ ถึง 27 องศา เช้า-เย็นเริ่มเย็นลงฝนน้อยลงหลังหน้าไต้ฝุ่น เดินเที่ยวได้ทั้งวัน เป็นเดือนที่เทศกาลบอลลูนนานาชาติซากะจัดตามธรรมเนียมช่วงปลายเดือนต้นเดือนยังมีโอกาสเจอไต้ฝุ่นหลงฤดู ใบไม้ในเมืองยังไม่เปลี่ยนสี ต้องทำใจว่าแช่ออนเซ็นกลางวันอาจร้อนไป
พฤศจิกายน 2026ราว 15-20 องศา กลางคืนลงสิบต้นๆเดือนพีคของทริปนี้ ใบไม้เปลี่ยนสีทั้งบนภูเขาและวัดในเมือง อากาศกำลังพอดีกับการแช่บ่อกลางแจ้งคนเยอะที่สุด ที่พักยูฟุอินและคุโรคาวะ รวมถึงที่นั่งรถไฟท่องเที่ยวเต็มเร็วมาก ต้องจองล่วงหน้า
ธันวาคม 2026ราวสิบต้นๆ กลางคืนใกล้เลขตัวเดียวหนาวจริง แช่ออนเซ็นฟินที่สุด งานประดับไฟฤดูหนาวขนาดใหญ่อย่างที่ Huis Ten Bosch เป็นไฮไลต์เมืองชายฝั่งอย่างฟุกุโอกะแทบไม่มีหิมะสะสม แต่ที่ราบสูงอาโสะ-คุจูมีหิมะและถนนลื่นได้ ใบไม้เหลือเฉพาะบางจุด

สรุปแบบไม่อ้อมค้อม ถ้าเลือกได้เดือนเดียวให้เลือก กลางถึงปลายพฤศจิกายน เพราะได้ทั้งอากาศดีและใบไม้เปลี่ยนสี ถ้าติดวันลาแล้วต้องไปตุลาคม ให้เน้นเมืองกับของกินแทนการไล่ล่าใบไม้ ส่วนธันวาคมเหมาะกับคนที่มาเพื่อออนเซ็นและงานไฟโดยเฉพาะ แต่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวจริงจัง ไม่ใช่แค่แจ็กเก็ตบาง

ใบไม้เปลี่ยนสีที่คิวชูช่วงไหน ต่างจากเกียวโตกับโตเกียวยังไง

หัวใจของ โคโย (koyo) ที่คิวชูคือคำเดียว คือ ช้ากว่า เพราะคิวชูอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น ใบไม้จึงเปลี่ยนสีช้ากว่าโตเกียวและเกียวโตราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ข้อนี้เป็นข่าวดีสำหรับคนไทยที่ลาได้แค่ปลายเดือน เพราะตอนที่เกียวโตเริ่มร่วงหมดแล้ว คิวชูหลายจุดยังกำลังสวย

  • ภูเขาสูง อย่างอาโสะ คุจู และทาคาชิโฮ มักเปลี่ยนก่อน ราวต้นถึงกลางพฤศจิกายน
  • วัดและสวนในเมือง อย่างดาไซฟุ คุมาโมโตะ และฟุกุโอกะ มักพีคกลางถึงปลายพฤศจิกายน และบางปีลากได้ถึงต้นธันวาคม
  • วัดโคเมียวเซนจิใกล้ดาไซฟุคือจุดที่หลายคนเซอร์ไพรส์ที่สุด เพราะมีสวนมอสกับใบเมเปิ้ลสวยมากในช่วงพฤศจิกายน
  • ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็น ค่าเฉลี่ย ปีจริงเลื่อนได้ตามอุณหภูมิ ควรเช็กพยากรณ์ koyo ของปีนั้นก่อนล็อกวันเดินทาง

ถ้าอยากเห็นภาพรวมทั้งประเทศก่อนว่าโซนไหนพีคก่อนพีคหลัง แนะนำอ่านไกด์ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นปี 2026 ฉบับรวมทุกภาค และถ้าอยากเทียบว่าคิวชูให้ฟีลต่างจากวัดเก่าแก่ยังไง ลองดูไกด์ใบไม้เปลี่ยนสีเกียวโตปี 2026ควบคู่กัน จะเห็นเลยว่าคิวชูขายธรรมชาติกับไอน้ำออนเซ็น ส่วนเกียวโตขายสถาปัตยกรรมกับวัด

ฟุกุโอกะเที่ยวอะไร กินอะไร ควรให้เวลากี่วัน

ฟุกุโอกะเป็นเมืองที่ เดินง่ายมาก ย่านหลักมีสองย่านคือ ฮากาตะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางรถไฟและชินคันเซ็น กับ เทนจิน ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้ง สองย่านนี้ห่างกันแค่ไม่กี่สถานีรถไฟใต้ดิน แนะนำให้เวลาเมืองนี้ราว 2 วันเต็ม บวกอีกครึ่งวันตอนกลับก่อนขึ้นเครื่อง

ที่เที่ยวในเมืองและรอบเมือง

  • ศาลเจ้าดาไซฟุเท็นมันกู ศาลเจ้าเทพเจ้าแห่งการเรียน อยู่นอกเมือง นั่งรถไฟสายนิชิเท็ตสึไป ช่วงนี้อาคารหลักอยู่ระหว่างบูรณะ จึงมีศาลเจ้าชั่วคราวหลังคาต้นไม้ให้สักการะแทน สถานะงานอาจเปลี่ยนได้ ควรเช็กเว็บทางการก่อนไป
  • วัดโคเมียวเซนจิ อยู่ใกล้ดาไซฟุ เดินต่อได้ จุดขายคือสวนมอสและใบเมเปิ้ล
  • สวนโอโฮริและปราสาทฟุกุโอกะ ปราสาทเหลือเพียงซากกำแพง แต่สวนรอบๆ เดินเล่นสบายและเป็นที่พักผ่อนของคนเมือง
  • หอคอยฟุกุโอกะและชายหาดโมโมจิ เหมาะกับช่วงเย็นถึงค่ำ
  • สวนอุมิโนะนากามิจิ สวนดอกไม้ริมทะเลขนาดใหญ่ เหมาะกับครอบครัว
  • Canal City ฮากาตะ ห้างที่รวมร้านอาหารและร้านราเมนไว้เยอะ เหมาะเป็นแผนสำรองวันฝนตก

ของกินฟุกุโอกะและวัฒนธรรมยาไต

ถ้ามาคิวชูแล้วไม่ได้นั่ง ยาไต (yatai) ถือว่าพลาด ยาไตคือแผงอาหารริมทางที่เปิดตอนค่ำ ย่านนากาสุและเทนจินคือแหล่งรวมหลัก และฟุกุโอกะคือเมืองที่มียาไตมากที่สุดในญี่ปุ่น บรรยากาศคือนั่งเบียดกับคนญี่ปุ่นบนเก้าอี้ไม่กี่ตัว สั่งของกินทีละจาน คุยกับเจ้าของร้านไปเรื่อย เป็นประสบการณ์ที่ห้างให้ไม่ได้

  • ราเมนทงคตสึแบบฮากาตะ เส้นบาง น้ำซุปกระดูกหมูข้น สั่งเติมเส้นแบบ kaedama ได้เมื่อกินเส้นหมดแต่ซุปยังเหลือ
  • โมสึนาเบะ หม้อไฟเครื่องในวัว รสจัด เหมาะกับคืนที่อากาศเย็น
  • มิสึทากิ หม้อไฟไก่ น้ำซุปขาวข้น รสอ่อนกว่าโมสึนาเบะ เหมาะกับคนไม่กินเครื่องใน
  • เมนไทโกะ ไข่ปลาหมักพริก ของฝากขึ้นชื่อประจำเมือง กินกับข้าวสวยหรือใส่ในเมนูอื่นก็ได้
  • ปลาซาบะดิบแบบเกาะคิวชู ที่นี่กินซาบะแบบสดได้ ต่างจากหลายพื้นที่ที่นิยมกินแบบดองหรือย่าง

ออนเซ็นคิวชู เบปปุ ยูฟุอิน คุโรคาวะ ต่างกันยังไง เลือกอันไหนดี

นี่คือคำถามที่คนไทยถามเยอะที่สุดก่อนไปคิวชู คำตอบสั้นๆ คือ สามที่นี้ไม่ได้แข่งกัน แต่คนละหน้าที่ เบปปุคือการ ดู พลังความร้อนใต้ดิน ยูฟุอินคือการ เดินเล่นและค้างคืนแบบรีสอร์ต ส่วนคุโรคาวะคือการ แช่ อย่างเดียวจริงจังในหมู่บ้านกลางหุบเขา

เมืองออนเซ็นบรรยากาศไฮไลต์เหมาะกับใครการเดินทาง
เบปปุ (โออิตะ)เมืองออนเซ็นเต็มรูปแบบ มีไอน้ำพวยพุ่งจากหลังคาบ้านทั้งย่านคันนาวะทัวร์นรกทั้งเจ็ด (เบปปุ จิโงคุ เมงุริ) เช่น อูมิจิโงคุบ่อสีฟ้าคราม และชิโนะอิเกะจิโงคุบ่อสีแดง บวกอาบทรายร้อนริมทะเลและอาหารนึ่งไอน้ำธรรมชาติ (จิโงคุมุชิ)คนที่อยากเห็นของแปลกและอยากได้กิจกรรมทั้งวันขบวน Sonic จากฮากาตะใช้เวลาราวสองชั่วโมง
ยูฟุอิน (โออิตะ)เมืองออนเซ็นบรรยากาศรีสอร์ต ร้านคาเฟ่และของฝากเรียงยาวถนนยุโนะสึโบะ ปลายถนนคือทะเลสาบคินรินที่มีไอน้ำลอยเหนือผิวน้ำในเช้าที่อากาศเย็น มีภูเขายูฟุเป็นฉากหลังคู่รักและคนที่อยากค้างเรียวกังหนึ่งคืนแบบสบายๆรถไฟท่องเที่ยว Yufuin no Mori จากฮากาตะราวสองชั่วโมงกว่า ที่นั่งต้องจองล่วงหน้า
คุโรคาวะออนเซ็น (คุมาโมโตะ)หมู่บ้านออนเซ็นในหุบเขา บรรยากาศเงียบ ไม่มีตึกสูงพาสเดินแช่บ่อกลางแจ้งข้ามเรียวกัง (rotenburo meguri) เดินแช่ได้หลายบ่อในทริปเดียวคนที่มาเพื่อแช่ออนเซ็นล้วนๆ ไม่ต้องการช้อปปิ้งไม่มีรถไฟเข้า ต้องนั่งรถบัสหรือขับรถเท่านั้น

ข้อควรรู้ที่คนไปแล้วมักบอกต่อคือ ยูฟุอินคนเยอะมากตอนกลางวัน เพราะทัวร์วันเดย์ทริปลงพร้อมกัน เสน่ห์จริงของที่นี่อยู่ที่การค้างคืน พอรถบัสทัวร์กลับหมดตอนเย็น เมืองจะเงียบลงคนละเรื่อง และเช้าวันรุ่งขึ้นคือช่วงที่ทะเลสาบคินรินสวยที่สุด ส่วนบ่อ จิโงคุ ที่เบปปุเป็นบ่อสำหรับดูเท่านั้น ห้ามลงแช่ ต้องแยกให้ออกจากบ่อออนเซ็นจริงของที่พัก

มารยาทออนเซ็นที่มือใหม่ต้องรู้

  • อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนลงบ่อเสมอ นี่คือกฎข้อแรกที่ห้ามข้าม
  • ห้ามใส่ชุดว่ายน้ำลงบ่อ และผ้าเช็ดตัวผืนเล็กห้ามจุ่มลงน้ำ ให้วางไว้บนขอบบ่อหรือพับไว้บนหัว
  • หลายที่ยังมี ข้อจำกัดเรื่องรอยสัก ทางออกที่ง่ายที่สุดคือจองห้องพักที่มีบ่อส่วนตัวหรือบ่อเหมา (kashikiri) และควรเช็กนโยบายของที่พักก่อนจองทุกครั้ง
  • เรียวกังส่วนใหญ่คิดราคาแบบรวมอาหารเย็นและอาหารเช้า และมีกรอบเวลาเช็กอิน ควรวางแผนให้ถึงที่พักก่อนค่ำ ไม่งั้นอาจพลาดมื้อเย็นที่จ่ายไปแล้ว

อาโสะ ทาคาชิโฮ คุมาโมโตะ โซนที่สวยที่สุดแต่รถไฟไปไม่ถึง

ถ้าจะให้เลือกโซนเดียวที่ทำให้คิวชู ไม่เหมือนที่อื่นในญี่ปุ่น คำตอบคือแนวภูเขากลางเกาะ ภูเขาไฟอาโสะ มีปล่องนากาดาเกะที่ยังคุกรุ่น การเข้าใกล้ปากปล่องขึ้นอยู่กับระดับการเตือนภัยภูเขาไฟและทิศทางแก๊ส ปิดกะทันหันได้ตลอด ต้องเช็กประกาศทางการเป็นรายวัน และคนเป็นหอบหืดมีข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ รอบๆ ยังมีทุ่งหญ้าคุซะเซ็นริ ถนนมิลค์โรด และวิวแอ่งปล่องภูเขาไฟ (caldera) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเหมาะกับการขับรถเที่ยวมาก

  • ปราสาทคุมาโมโตะ เสียหายหนักจากแผ่นดินไหวปี 2016 ปัจจุบันบูรณะอาคารหลัก (เท็นชูคาคุ) เสร็จและเปิดให้เข้าชมด้านในแล้ว แต่งานบูรณะกำแพงหินส่วนอื่นยังดำเนินอยู่และจะใช้เวลาอีกหลายปี บางเส้นทางเดินยังปิด ควรเช็กเว็บทางการก่อนไป
  • สวนซุยเซ็นจิ โจจูเอ็น สวนญี่ปุ่นในเมืองคุมาโมโตะที่จำลองภูมิทัศน์เส้นทางโทไกโด เดินครบรอบไม่นาน เหมาะแทรกครึ่งวัน
  • ทาคาชิโฮ (จังหวัดมิยาซากิ) หุบเขาหินบะซอลต์เสาเหลี่ยม มีน้ำตกมานาอิ เช่าเรือพายเองได้ แต่คิวจำกัด ต้องต่อคิวหรือจองตามระบบของแต่ละช่วง และอาจงดให้บริการเมื่อน้ำมากหรืออากาศไม่ดี
  • ใกล้ทาคาชิโฮคือ ศาลเจ้าอามาโนะอิวาโตะ และถ้ำอามาโนะยาสึกาวาระ ที่ผูกกับตำนานเทพีอามาเทราสุ ส่วนศาลเจ้าทาคาชิโฮมีการแสดงระบำ คางุระย่อ (Yokagura) รอบค่ำสำหรับนักท่องเที่ยว ขณะที่คางุระฉบับเต็มของหมู่บ้านจัดช่วงราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์
  • ทาคาชิโฮ ไม่มีรถไฟเข้าแล้ว ทางรถไฟเดิมปิดไป เหลือรถรางท่องเที่ยว Amaterasu Railway วิ่งบนสะพานเดิม การเดินทางจึงต้องนั่งรถบัสจากคุมาโมโตะหรือโนเบโอกะ หรือขับรถเอง

โซนนี้เป็นโซนที่ทีมงานช่องไปถ่ายทำมาแล้ว ถ้าอยากเห็นของจริงว่าหุบเขาสีเขียวมรกตกับการพายเรือเองเป็นยังไง ดูได้จากบันทึกทริปฟุกุโอกะ คิวชู และหุบเขาทาคาชิโฮของช่อง จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าคุ้มกับการนั่งรถบัสหลายชั่วโมงไหม

นางาซากิและเมืองรอง ซากะ คาโงชิมะ ถ้ามีวันเหลือ

นางาซากิคือเมืองที่ให้ฟีลต่างจากทุกเมืองในทริป เพราะเป็นเมืองท่าที่ผสมวัฒนธรรมตะวันตกมานาน และตั้งแต่ ชินคันเซ็นสายนิชิคิวชู (ทาเคโอะออนเซ็น-นางาซากิ) เปิดในปี 2022 การไปก็ง่ายขึ้นมาก ฮากาตะ-นางาซากิใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงห้าสิบนาที โดยต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีทาเคโอะออนเซ็น

  • นางาซากิ ไฮไลต์คือสวนโกลเวอร์ เดจิมะซึ่งเคยเป็นเกาะการค้าของดัตช์ โบสถ์โออุระ สวนสันติภาพและพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณู วิวกลางคืนจากภูเขาอินาสะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น และทัวร์เรือเกาะกุนคันจิมะ (ฮาชิมะ) ซึ่งขึ้นเกาะได้เฉพาะเมื่อคลื่นลมเอื้ออำนวย
  • Huis Ten Bosch สวนสนุกธีมเนเธอร์แลนด์ในจังหวัดนางาซากิ ขึ้นชื่อเรื่องงานประดับไฟฤดูหนาวขนาดใหญ่ เหมาะกับทริปธันวาคมเป็นพิเศษ
  • ซากะ มีศาลเจ้ายูโตกุอินาริซึ่งเป็นศาลเจ้าไม้สีแดงบนไหล่เขา เมืองเครื่องปั้นดินเผาอาริตะและอิมาริ และเทศกาลบอลลูนนานาชาติซากะที่ตามธรรมเนียมจัดช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน วันจริงต้องรอประกาศทางการของปีนั้น
  • คาโงชิมะ มีภูเขาไฟซากุระจิมะที่ยังปะทุเถ้าเป็นระยะ นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามจากตัวเมืองไม่นาน มีสวนเซ็นกันเอ็น และเมืองอิบุสุกิที่มีอาบทรายร้อนริมทะเล ชินคันเซ็นคิวชูจากฮากาตะถึงคาโงชิมะชูโอใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

เดินทางในคิวชูยังไง JR Kyushu Rail Pass คุ้มไหม ต้องเช่ารถไหม

โครงกระดูกของทริปคือรถไฟ JR และชินคันเซ็นคิวชู ซึ่งเร็วกว่าที่หลายคนคิด ฮากาตะ-คุมาโมโตะ ใช้เวลาราวสี่สิบนาที เท่านั้น ส่วนการเดินทางในเมืองใช้ บัตร IC เช่น SUGOCA ของ JR Kyushu หรือบัตร IC ทั่วไปของญี่ปุ่น แตะขึ้นรถไฟใต้ดินและรถบัสในเมืองได้สะดวก ไม่ต้องซื้อตั๋วทีละใบ

เรื่อง JR Kyushu Rail Pass มีหลายแบบ ทั้งโซนคิวชูเหนือ โซนใต้ และแบบทั้งเกาะ มีให้เลือก 3 5 และ 7 วัน ซื้อได้ทั้งออนไลน์ล่วงหน้าและที่ญี่ปุ่น วิธีดูว่าคุ้มไม่คุ้มไม่มีสูตรลัด ต้องทำแบบนี้

  • เขียนเส้นทางที่จะนั่งจริงออกมาทีละขา เช่น ฮากาตะ-ยูฟุอิน ยูฟุอิน-เบปปุ เบปปุ-คุมาโมโตะ แล้วเทียบกับค่าตั๋วแยกในเว็บทางการของวันนั้น
  • ถ้าแพลนของคุณกระจุกอยู่ที่ฟุกุโอกะเป็นหลัก แล้วออกไปเมืองอื่นแค่หนึ่งถึงสองครั้ง พาสมักไม่คุ้ม
  • พาส ไม่ครอบคลุมรถไฟเอกชนบางสาย เช่น สายนิชิเท็ตสึที่ใช้ไปดาไซฟุ และ ไม่ครอบคลุมรถบัสส่วนใหญ่ ต้องเผื่อเงินส่วนนี้แยกไว้เสมอ
  • ที่นั่งรถไฟท่องเที่ยวอย่าง Yufuin no Mori ต้องจองล่วงหน้าและเต็มเร็วมากในไฮซีซั่น มีพาสไม่ได้แปลว่าได้ที่นั่งอัตโนมัติ

เมื่อไหร่ควรเช่ารถ

โซนที่รถไฟไปไม่ถึงจริงๆ มีสามที่คือ รอบนอกอาโสะ คุโรคาวะออนเซ็น และทาคาชิโฮ ถ้าแพลนของคุณมีสามที่นี้ ทางเลือกคือเช่ารถหรือใช้รถบัสไฮเวย์ สำหรับคนไทยที่จะเช่ารถต้องมี ใบขับขี่สากลตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 พร้อมใบขับขี่ไทยและพาสปอร์ตติดตัวตลอด ข้อดีคือญี่ปุ่นขับเลนซ้ายเหมือนไทย ปรับตัวไม่ยาก แต่ถ้าไปเดือนธันวาคมและจะขึ้นที่ราบสูง ต้องเลือกรถที่ใช้ยางฤดูหนาว เพราะถนนบนที่สูงลื่นได้จริง ถ้าไม่มั่นใจกับการขับในหิมะ ให้ตัดสามจุดนี้ออกแล้วเน้นเมืองแทน ดีกว่าเสี่ยง

แพลนตัวอย่าง จัดลำดับเมืองยังไงไม่ให้เหนื่อย

หลักการคือ เดินทางเป็นวงกลม อย่าย้อนกลับเข้าฮากาตะทุกวัน และให้ค้างออนเซ็นอย่างน้อยหนึ่งคืน แพลนด้านล่างคือแบบ 7 วัน 6 คืน ซึ่งเป็นความยาวที่พอดีที่สุดสำหรับทริปแรก

วันเส้นทางสิ่งที่ทำนอนที่
วันที่ 1ถึงสนามบินฟุกุโอกะนั่งรถไฟใต้ดินเข้าเมืองไม่กี่นาที เก็บของ แล้วออกไปเดินยาไตย่านนากาสุตอนค่ำฟุกุโอกะ (ฮากาตะ หรือ เทนจิน)
วันที่ 2ฟุกุโอกะ + ดาไซฟุเช้านั่งสายนิชิเท็ตสึไปศาลเจ้าดาไซฟุเท็นมันกู ต่อวัดโคเมียวเซนจิ บ่ายกลับเมือง เดินสวนโอโฮริ เย็นขึ้นหอคอยฟุกุโอกะฟุกุโอกะ
วันที่ 3ฮากาตะ → ยูฟุอินนั่งรถไฟท่องเที่ยว Yufuin no Mori (จองล่วงหน้า) เดินถนนยุโนะสึโบะ ปิดท้ายที่ทะเลสาบคินริน แล้วแช่ออนเซ็นในเรียวกังเรียวกังยูฟุอิน
วันที่ 4ยูฟุอิน → เบปปุเช้าดูไอน้ำเหนือทะเลสาบคินริน แล้วต่อไปเบปปุ เที่ยวทัวร์นรกเจ็ดบ่อ ลองอาบทรายร้อนและกินอาหารนึ่งไอน้ำที่คันนาวะเบปปุ
วันที่ 5เบปปุ → อาโสะ → คุมาโมโตะถ้าเช่ารถให้ขับผ่านแนวอาโสะ-คุจู แวะทุ่งหญ้าคุซะเซ็นริและจุดชมวิวคาลเดรา ถ้าใช้รถไฟให้ตรงไปคุมาโมโตะแล้วเที่ยวปราสาทคุมาโมโตะกับสวนซุยเซ็นจิคุมาโมโตะ
วันที่ 6คุมาโมโตะ → นางาซากิเที่ยวเดจิมะ สวนโกลเวอร์ โบสถ์โออุระ สวนสันติภาพ เย็นขึ้นภูเขาอินาสะดูวิวกลางคืน (ต้องเปลี่ยนขบวนระหว่างทาง เช็กเวลาเดินรถล่วงหน้า)นางาซากิ
วันที่ 7นางาซากิ → ฮากาตะ → กลับนั่งชินคันเซ็นสายนิชิคิวชู เปลี่ยนขบวนที่ทาเคโอะออนเซ็น ราวหนึ่งชั่วโมงห้าสิบนาทีถึงฮากาตะ ช้อปเทนจิน/Canal City ซื้อเมนไทโกะ แล้วขึ้นเครื่อง-

ถ้ามีเวลาแค่ 5 วัน 4 คืน ให้ตัดนางาซากิกับอาโสะออก เหลือ ฟุกุโอกะ 2 คืน ยูฟุอินหรือคุโรคาวะ 1 คืน และคุมาโมโตะ 1 คืน จะได้ทริปที่ไม่วิ่งไล่รถไฟทั้งวัน ในทางกลับกัน ถ้ามี 9-10 วัน ให้แทรกทาคาชิโฮหนึ่งคืนต่อจากคุมาโมโตะ และเติมคาโงชิมะอีกหนึ่งถึงสองคืนก่อนวิ่งชินคันเซ็นกลับฮากาตะ

เตรียมตัวก่อนบิน วีซ่า Visit Japan Web และของที่ควรพก

เรื่องเอกสาร คนไทยที่ถือพาสปอร์ตไทยได้รับ ยกเว้นวีซ่าเข้าญี่ปุ่นสำหรับการพำนักระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน และควรลงทะเบียน Visit Japan Web ล่วงหน้าเพื่อรับ QR สำหรับผ่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ซึ่งช่วยลดเวลาต่อคิวได้มาก อย่างไรก็ตาม กฎและเงื่อนไขเปลี่ยนได้ตลอด ต้องเช็กประกาศล่าสุดจากสถานทูตญี่ปุ่นและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนเดินทางเสมอ ไม่มีบล็อกไหนรับปากแทนหน่วยงานได้

  • เสื้อผ้าแบบเลเยอร์ เพราะคิวชูช่วงนี้กลางวันกับกลางคืนต่างกันหลายองศา โดยเฉพาะบนภูเขา
  • รองเท้าเดินสบายที่ถอดง่าย เพราะต้องถอดบ่อยทั้งในเรียวกังและร้านอาหารบางแบบ
  • กระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างออนเซ็นหนึ่งคืน จะได้ไม่ต้องลากกระเป๋าใหญ่ขึ้นรถไฟท่องเที่ยวและรถบัสภูเขา
  • บัตร IC เตรียมไว้ตั้งแต่วันแรก ใช้ได้ทั้งรถไฟใต้ดินและรถบัสในเมือง
  • เสื้อกันหนาวจริงจังถ้าไปธันวาคม และถ้าจะขับรถขึ้นที่สูงต้องเช็กเรื่องยางฤดูหนาวกับบริษัทเช่ารถล่วงหน้า

ข้อเสียของคิวชูที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

บทความท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเล่าแต่ด้านสวย แต่ถ้าจะไปเองต้องรู้ข้อจำกัดด้วย ไม่งั้นแพลนจะพัง

  • ไฮไลต์ที่สวยที่สุดรถไฟไปไม่ถึง ทั้งคุโรคาวะ รอบอาโสะ และทาคาชิโฮ ต้องเช่ารถหรือทนนั่งรถบัสนาน คนที่ไม่ขับรถจะรู้สึกว่าทริปติดขัดกว่าโตเกียว-โอซาก้ามาก
  • สภาพอากาศและภูเขาไฟสั่งการแทนคุณ ปากปล่องนากาดาเกะปิดกะทันหันได้ตามระดับเตือนภัยและทิศทางแก๊ส เรือกุนคันจิมะออกได้เฉพาะเมื่อคลื่นลมเอื้ออำนวย และเรือพายทาคาชิโฮอาจงดเมื่อน้ำมาก ต้องมีแผนสำรองทุกวัน
  • งานบูรณะยังไม่จบ ดาไซฟุอยู่ระหว่างบูรณะอาคารหลัก ส่วนปราสาทคุมาโมโตะแม้เปิดอาคารหลักแล้ว แต่กำแพงหินยังบูรณะอีกหลายปีและบางเส้นทางเดินยังปิด ควรเช็กเว็บทางการก่อนไปทุกครั้ง
  • ยูฟุอินกลางวันคนแน่นมาก ถ้าไปแบบวันเดย์ทริปแล้วผิดหวังคืออาการปกติ ต้องค้างคืนถึงจะเห็นเสน่ห์จริง
  • ช้อปปิ้งสู้เมืองใหญ่ไม่ได้ เทนจินกับ Canal City สนุกในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป้าหมายหลักคือช้อปแบรนด์ ควรไปโตเกียวหรือโอซาก้ามากกว่า
  • ระยะทางกินเวลาจริง การพยายามยัดเจ็ดจังหวัดใน 5 วันคือกับดักคลาสสิก ให้เลือกสามถึงสี่จุดแล้วอยู่ให้ลึก จะได้ทริปที่จำได้มากกว่า

สรุป คิวชูเหมาะกับทริปญี่ปุ่นครั้งที่สองของคุณ

ถ้าจะสรุปเป็นประโยคเดียว คิวชูคือญี่ปุ่นที่ยังหายใจช้ากว่าเมืองใหญ่ ตุลาคมได้อากาศสบายกับเทศกาล พฤศจิกายนได้ใบไม้เปลี่ยนสีที่มาช้ากว่าเกียวโตหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ธันวาคมได้ออนเซ็นกับงานไฟฤดูหนาว แพลนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทริปแรกคือ 6-7 วัน เรียงเส้นทางเป็นวงกลม ฟุกุโอกะ ยูฟุอินหรือเบปปุ คุมาโมโตะ แล้วปิดที่นางาซากิ ใช้รถไฟเป็นหลัก และเติมรถบัสหรือรถเช่าเฉพาะตอนจะเข้าคุโรคาวะ อาโสะ และทาคาชิโฮ ที่สำคัญคือเช็กเว็บทางการเรื่องงานบูรณะ ระดับเตือนภัยภูเขาไฟ และกฎ ตม. ก่อนออกเดินทางเสมอ อยากเห็นบรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจ ไปดูคลิปทริปฟุกุโอกะ-คิวชู-ทาคาชิโฮของช่อง celebmashowได้เลย เราไปมาเองทั้งเส้นทาง ทั้งภาพหุบเขา น้ำตก และบรรยากาศเมืองออนเซ็น จะช่วยให้เห็นภาพก่อนกดจองตั๋วชัดขึ้นเยอะ