ถ้าให้ผมเลือกที่เที่ยวเกาหลีช่วงปลายปีสักที่เดียว ผมยกให้เกาะเชจูฤดูใบไม้ร่วงเลยครับ เพราะมันได้ครบทั้ง Pink Muhly ทุ่งหญ้าสีชมพูฟุ้งๆ ที่ถ่ายรูปยังไงก็สวย ทุ่งหญ้าเงินสีทองพลิ้วตามเนินภูเขาไฟ และใบไม้เปลี่ยนสีบนเขาฮัลลาซานยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาหลีใต้ ช่องเราเคยไปเชจูมาแล้วจริงๆ แบบไปกับทัวร์ราคาประหยัด ดูบรรยากาศจริงบนเกาะได้ในคลิปรีวิวเชจูของเรา รอบนี้เลยขอเขียนต่อยอดเป็นเวอร์ชัน "เที่ยวเองก็ได้" สำหรับใครที่อยากจัดทริปเที่ยวเชจูด้วยตัวเองช่วง ก.ย.-พ.ย. 2026 ครับ
ไทม์ไลน์ฤดูใบไม้ร่วงเชจู — เดือนไหนดูอะไร
ธรรมชาติบนเชจูช่วงปลายปีเปลี่ยนหน้าตาไปเรื่อยๆ ทีละเดือน ใครอยากได้อะไรเป็นพิเศษต้องกะจังหวะให้ถูก ย้ำก่อนว่าทุกช่วงเวลาเป็นประมาณการ เพราะแต่ละปีขยับตามอากาศ ควรเช็กประกาศล่าสุดก่อนจองตั๋วเสมอครับ
| ช่วงเวลา | ไฮไลท์ที่ได้ดู |
|---|---|
| ราวปลาย ก.ย. - พ.ย. | Pink Muhly ทุ่งหญ้าสีชมพูตามสวนและคาเฟ่ดังทั่วเกาะ พีคสุดมักอยู่ราวเดือนตุลาคม |
| ราว ต.ค. - พ.ย. | ทุ่งหญ้าเงิน (silver grass) สีทองอมเงินพลิ้วตามเนินโอรึม (oreum) ภูเขาไฟลูกเล็กรอบเกาะ |
| ราวปลาย ต.ค. - ต้น พ.ย. | ใบไม้เปลี่ยนสีบนเขาฮัลลาซาน ไล่สีจากยอดลงมาตามความสูง |
| ราว พ.ย. เป็นต้นไป | ฤดูเก็บส้มเชจูเริ่มต้น ไร่ส้มลูกส้มๆ เต็มเกาะ + ดอกคามิลเลียที่ Camellia Hill เริ่มบานราวปลาย พ.ย. เข้าหน้าหนาว |
ถ้าถามผมว่าไปช่วงไหนคุ้มสุด คำตอบคือราวกลางถึงปลายตุลาคมครับ เพราะมีโอกาสได้ทั้ง Pink Muhly ที่ยังฟู ทุ่งหญ้าเงินกำลังสวย และถ้าโชคดีอาจทันใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีบนฮัลลาซานพอดี ใครวางแผนเที่ยวเกาหลีตุลาคมแบบภาพรวมทั้งประเทศ ลองอ่านไกด์ใบไม้เปลี่ยนสีเกาหลีปี 2026 ฉบับเต็มของเราประกอบได้เลย
ไฮไลท์ที่เที่ยวเชจูหน้าใบไม้ร่วง
สายธรรมชาติ — ซองซานอิลชุลบง อูโด ฮัลลาซาน
- ซองซานอิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong) — ปล่องภูเขาไฟริมทะเลมรดกโลก UNESCO จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ดังที่สุดของเชจู เดินขึ้นยอดไม่ยาก วิวข้างบนคุ้มเหนื่อยมาก
- เกาะอูโด (Udo) — นั่งเรือข้ามจากฝั่งซองซานไม่นาน ไปปั่นจักรยานหรือนั่งรถบัสวนรอบเกาะ ทะเลใสมาก เผื่อเวลาไว้ครึ่งวันถึงหนึ่งวัน
- เดินป่าฮัลลาซาน — ยอดสูงสุดของเกาหลีใต้ราว 1,947 เมตร ช่วงราวปลาย ต.ค.-ต้น พ.ย. ใบไม้เปลี่ยนสีสวยจัด เส้นทางหลักขึ้นยอดต้องจองล่วงหน้าผ่านระบบทางการและควรเริ่มเดินแต่เช้า ควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนไปเสมอ
- โอรึม (oreum) — เนินภูเขาไฟลูกเล็กกระจายทั่วเกาะ หน้าใบไม้ร่วงทุ่งหญ้าเงินขึ้นเต็มเนิน เดินขึ้นสั้นๆ ได้วิวแบบไม่ต้องเหนื่อยเท่าฮัลลาซาน
สายชิล สายกิน — ชา น้ำตก ตลาด หมูดำ
- ไร่ชา O'sulloc + พิพิธภัณฑ์ชา — ไร่ชาเขียวสุดลูกหูลูกตา คาเฟ่ของหวานชาเขียวอร่อยจริง ถ่ายรูปสวยทุกมุม
- น้ำตกชอนจียอนและน้ำตกจองบัง — ฝั่งเมืองซอกวิโพทางใต้ของเกาะ จองบังเป็นน้ำตกที่ไหลลงทะเลตรงๆ หาดูยาก
- ตลาดดงมุน — ตลาดใหญ่ในเมืองเชจู ของกินท้องถิ่นเพียบ เดินกินได้ทั้งเย็น
- หมูดำเชจู — ของขึ้นชื่อประจำเกาะ มีย่านร้านหมูย่างดังโดยเฉพาะ ไปเชจูแล้วไม่กินถือว่าพลาด
- Camellia Hill — สวนดอกคามิลเลีย ดอกเริ่มบานช่วงราวปลาย พ.ย. เข้าหน้าหนาว เหมาะกับคนไปท้ายฤดู
เที่ยวเชจูด้วยตัวเอง — เช่ารถ รถบัส หรือจอยทัวร์ดี
คำถามที่โดนถามบ่อยสุด: ไม่มีรถเที่ยวเชจูเองได้มั้ย ตอบตรงๆ ว่าได้ แต่ใช้เวลาครับ รถบัสสายหลักครอบคลุมจุดใหญ่ๆ แต่รอบค่อนข้างห่าง และจุดธรรมชาติบางจุดอย่างโอรึมหรือทุ่ง Pink Muhly บางสวนต้องต่อแท็กซี่เข้าไปอีกที ทางเลือกยอดนิยมของคนเที่ยวเองคือเช่ารถขับเอง ซึ่งต้องมีใบขับขี่สากล และควรเช็กเงื่อนไขการใช้กับเกาหลีล่าสุดก่อนจอง ส่วนตัวผมเคยไปแบบทัวร์ ข้อดีคือสบายเรื่องรถมาก แต่แลกกับเวลาที่ไม่อิสระ ข้อดีข้อเสียของการไปเชจูแบบทัวร์ เราเล่าจากประสบการณ์จริงไว้ในคลิปครับ
| วิธีเดินทาง | ข้อดี | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| เช่ารถขับเอง | อิสระสุด ไปโอรึม/จุดลับได้หมด คุมเวลาถ่ายรูปเอง | ต้องมีใบขับขี่สากล ขับเลนขวา เกาะลมแรงต้องระวัง |
| รถบัสท้องถิ่น | ประหยัด ได้ฟีลโลคอล ครอบคลุมจุดหลัก | รอบห่าง เสียเวลารอ บางจุดต้องต่อแท็กซี่ |
| ทัวร์รายวัน / เหมาแท็กซี่เป็นวัน | ไม่ต้องวางแผนเอง มีคนพาไปครบไฮไลท์ | เวลาไม่อิสระ ต้องตามตารางกลุ่ม |
เดินทางจากไทยยังไง อยู่กี่วันพอ
จากไทยส่วนใหญ่บินเข้าโซล (สนามบินอินชอน) แล้วต่อไฟลท์ภายในประเทศจากสนามบินกิมโปไปเชจู ซึ่งเป็นเส้นทางบินในประเทศที่ถี่ที่สุดสายหนึ่งของโลก มีตั๋วแทบทั้งวัน หรือจะต่อจากปูซานก็ได้ บางฤดูมีเที่ยวบินตรงหรือเช่าเหมาลำจากไทยไปเชจูด้วย ควรเช็กตารางบินล่าสุดตอนวางแผนครับ ส่วนเรื่องจำนวนวัน อยู่บนเกาะจริง 3-4 วันกำลังดี — วันแรกฝั่งตะวันออก (ซองซาน+อูโด) วันสองฮัลลาซานหรือสายโอรึม วันสามฝั่งใต้ซอกวิโพ (น้ำตก+ไร่ชา) ถ้าอยากรวมโซลด้วยจัด 6-7 วันแบ่งครึ่งก็ลงตัว ใครเทียบกับสายชมใบไม้ฝั่งญี่ปุ่นอยู่ ลองดูไกด์ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น 2026 แล้วชั่งใจว่าปีนี้จะไปทางไหน
K-ETA ชูซอก และอากาศ ก.ย.-พ.ย. — รู้ก่อนไปไม่พลาด
ปัจจุบันคนไทยเข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่า แต่โดยทั่วไปต้องลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า (K-ETA) และ ตม. เกาหลีขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด แนะนำเตรียมหลักฐานที่พัก ตั๋วขากลับ และแผนเที่ยวให้พร้อมตอบ เงื่อนไขพวกนี้ปรับได้เรื่อยๆ เช็กแหล่งทางการล่าสุดก่อนจองทุกครั้งครับ อีกเรื่องที่คนมองข้ามคือชูซอก (Chuseok) เทศกาลไหว้บรรพบุรุษของเกาหลี ราวปลายกันยายน (แต่ละปีขยับตามจันทรคติ) ช่วงนั้นคนเกาหลีเดินทางกลับบ้านและเที่ยวในประเทศกันเยอะมาก ตั๋วบินในประเทศไปเชจูแน่น ร้านบางร้านปิด ถ้าเลี่ยงได้ให้เลี่ยง หรือไม่ก็จองล่วงหน้าไกลๆ ไปเลย
ส่วนอากาศฤดูใบไม้ร่วงบนเชจูไล่แบบนี้ครับ
- กันยายน — ยังอุ่นอยู่ และมีโอกาสเจอหางพายุไต้ฝุ่น เผื่อแผนสำรองวันฝนไว้ด้วย เช่น พิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ ตลาดในร่ม
- ตุลาคม — ช่วงสบายสุด ราว 15-20°C เดินป่า ปีนโอรึม เที่ยวทั้งวันได้แบบไม่ร้อนไม่หนาว
- พฤศจิกายน — เย็นลงราว 10-15°C ลมแรงขึ้นชัดเจน เกาะนี้ขึ้นชื่อเรื่องลมอยู่แล้ว แต่งตัวเป็นเลเยอร์และพกเสื้อกันลมไว้เลย
เที่ยวเชจูจบแล้วถ้าใครติดใจเกาหลีช่วงปลายปี ต่อยอดไปสายหิมะได้เลย เพราะพ้นพฤศจิกายนไปเกาหลีก็เข้าฤดูสกี อ่านไกด์สโนว์บอร์ดญี่ปุ่น-เกาหลี-จีนของเราวางแผนทริปถัดไปได้ต่อเนื่อง สรุปสั้นๆ จากคนที่เคยไปมาแล้ว: เชจูหน้าใบไม้ร่วงคือช่วงที่เกาะนี้สวยแบบไม่ต้องแต่งรูปเยอะ ไปเองก็ได้ ไปทัวร์ก็ดี ขอแค่กะจังหวะเดือนให้ถูกกับสิ่งที่อยากเห็น แล้วเชจูจะไม่ทำให้ผิดหวังครับ



