ลอนดอนเป็นเมืองที่หลายคนอยากไปให้ได้สักครั้งในชีวิต แต่พอเปิดแผนที่จริงๆ ก็มักจะงงว่าจะเริ่มตรงไหนดี ผมเลยรวบรวม แพลนเที่ยวลอนดอนครั้งแรก 5 วัน 4 คืน แบบคนไทยไปเอง ไม่ผ่านทัวร์ ให้อ่านจบแล้วจองตั๋วได้เลย โดยเน้นช่วง กันยายน-พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็น ใบไม้เปลี่ยนสีสวย และนักท่องเที่ยวยังไม่แน่นเท่าหน้าร้อน
ก่อนหน้านี้ทีมช่องเคยบินไปอังกฤษมาแล้วรอบหนึ่งในทริปสายบอล ใครอยากดูบรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจ ลองย้อนดู รีวิวทริปอังกฤษเชียร์บอล ManU และ Liverpool ของช่อง ได้ แต่บทความนี้จะไม่พูดเรื่องบอลเลย เพราะตั้งใจทำให้เป็น ไกด์เที่ยวเมืองหลวงล้วนๆ สำหรับคนที่เหยียบลอนดอนเป็นครั้งแรก
ทำไมช่วงกันยายน-พฤศจิกายนถึงเป็นจังหวะดีของมือใหม่
เหตุผลหลักคือ อากาศกำลังพอดีกับการเดินเยอะ ลอนดอนเป็นเมืองที่เที่ยวด้วยการเดินเป็นหลัก ถ้าไปหน้าร้อนจะเจอทั้งแดดและคิวยาว แต่พอเข้าฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิลดลงมาอยู่ในระดับที่เดินได้ทั้งวันโดยไม่เหนื่อยเกินไป สวนสาธารณะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม และแสงช่วงบ่ายแก่ๆ ริมแม่น้ำเทมส์คือของขวัญของคนถ่ายรูป
อีกข้อคือช่วงนี้ ยังไม่ถึงฤดูตลาดคริสต์มาส ซึ่งจะเริ่มคึกคักราวกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป แปลว่าที่พักและตั๋วเครื่องบินมักยังไม่ขึ้นราคาแรงเท่าช่วงเทศกาล เหมาะกับคนที่อยากได้ลอนดอนแบบสงบๆ ได้เดินสถานที่สำคัญเต็มที่โดยไม่ต้องแย่งพื้นที่กับฝูงชน
อากาศลอนดอน ก.ย.-พ.ย. 2026 ไปเดือนไหนดี
| เดือน | อุณหภูมิโดยประมาณ | บรรยากาศเด่น | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| กันยายน | ราว 15-19°C | เย็นสบาย ฟ้ายังเปิดบ่อย กลางวันยาว เดินได้ยาวๆ | มือใหม่ที่กลัวหนาว อยากเดินเที่ยวทั้งวัน |
| ตุลาคม | ราว 10-15°C | ใบไม้เปลี่ยนสีสวยสุดช่วงกลาง-ปลายเดือน ฝนเริ่มมาบ่อย | สายถ่ายรูปสวนสาธารณะ ชอบอากาศเย็นจริงจัง |
| พฤศจิกายน | ราว 5-10°C | หนาวขึ้น กลางวันสั้น ไฟประดับเริ่มติดปลายเดือน | คนชอบเมืองหนาว อยากคาบเกี่ยวช่วงเริ่มเทศกาล |
จุดที่คนไทยมักลืมคือ ปลายเดือนตุลาคมอังกฤษจะปรับนาฬิกากลับเป็นเวลา GMT (สิ้นสุด British Summer Time) ผลคือพระอาทิตย์ตกเร็วขึ้นแบบรู้สึกได้ทันทีภายในคืนเดียว ถ้าแพลนของคุณคร่อมช่วงนั้น ให้ยกกิจกรรมกลางแจ้งไปไว้ช่วงเช้าถึงบ่ายแก่ แล้วเก็บพิพิธภัณฑ์กับละครเวทีไว้ตอนเย็นแทน จะไม่รู้สึกว่าวันหายไปครึ่งวัน
สวนที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยในลอนดอน
- Hyde Park — สวนใหญ่ใจกลางเมือง เดินต่อจากย่านช้อปปิ้งได้สบาย
- Regent's Park — โซนสวนดอกไม้จัดเป็นระเบียบ ถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม
- St James's Park — อยู่ติดโซนพระราชวัง เหมาะเดินต่อจาก Buckingham Palace
- Kew Gardens — สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ เหมาะกับคนมีเวลาครึ่งวันเต็ม
แพลนเที่ยวลอนดอน 5 วัน 4 คืน แบบไม่เร่งจนเหนื่อย
หลักการจัดแพลนของผมคือ วันละหนึ่งโซนหลัก ไม่วิ่งข้ามเมืองไปมา เพราะลอนดอนแม้รถไฟใต้ดินจะดีแค่ไหน การขึ้นลงบันไดสถานีวันละหลายรอบก็กินแรงมากกว่าที่คิด ตารางด้านล่างคือภาพรวมทั้งทริป
| วัน | โซนหลัก | ไฮไลต์ | ระดับความเหนื่อย |
|---|---|---|---|
| Day 1 | เวสต์มินสเตอร์ | Big Ben, Westminster Abbey, London Eye, เดินริมเทมส์ | เบา (วันที่เพิ่งลงเครื่อง) |
| Day 2 | ฝั่งตะวันออก + South Bank | Tower of London, Tower Bridge, Borough Market, The Shard, West End | หนัก |
| Day 3 | พระราชวัง + พิพิธภัณฑ์ | Buckingham Palace, Hyde Park, British Museum, Camden หรือ Notting Hill | ปานกลาง |
| Day 4 | ทริปวันเดียวนอกเมือง | Warner Bros. Studio Tour London หรือ Windsor Castle | ปานกลาง-หนัก |
| Day 5 | กรีนิช + ช้อปปิ้ง | Royal Observatory, Prime Meridian, เก็บของฝากก่อนบิน | เบา |
Day 1 : ลงเครื่อง แล้วเปิดทริปด้วยเวสต์มินสเตอร์
วันแรกอย่าอัดตารางแน่นเด็ดขาด เพราะบินมาสิบกว่าชั่วโมงร่างกายยังงงเวลาอยู่ เก็บของที่พักเสร็จก็ตรงไปโซน เวสต์มินสเตอร์ ซึ่งเป็นภาพจำของลอนดอนที่ทุกคนคุ้นตา ทั้ง Big Ben กับอาคารรัฐสภา Houses of Parliament และ Westminster Abbey ที่อยู่ห่างกันแค่เดินไม่กี่นาที
จากนั้นข้ามสะพานไปฝั่ง London Eye แล้วเดินเลียบแม่น้ำเทมส์ยาวๆ ถ้าอยากขึ้นชิงช้าสวรรค์ควรจองล่วงหน้าออนไลน์และ เช็กราคาปัจจุบันก่อนเดินทาง เพราะมีการปรับทุกปี ส่วนใครหมดแรงก็แค่นั่งริมน้ำดูพระอาทิตย์ตกก็คุ้มค่าวันแรกแล้ว
Day 2 : ปราสาท สะพาน ตลาด และละครเวที
วันนี้คือวันที่เดินเยอะที่สุดของทริป เริ่มเช้าที่ Tower of London ป้อมปราการเก่าแก่ริมแม่น้ำที่เล่าประวัติศาสตร์อังกฤษได้ครบในที่เดียว ออกมาก็เจอ Tower Bridge สะพานยกอันเป็นสัญลักษณ์ ถ่ายรูปจากฝั่งเหนือจะได้มุมเต็มสวยที่สุด
ช่วงกลางวันข้ามไป Borough Market ตลาดอาหารเก่าแก่ที่เหมาะกับการกินแบบชิมทีละอย่าง แล้วต่อด้วยจุดชมวิว The Shard ตึกที่สูงที่สุดในเมือง มองเห็นลอนดอนได้ทั้งเมือง ตกเย็นปิดท้ายด้วย ละครเวทีย่าน West End ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผมคิดว่าคนมาลอนดอนครั้งแรกไม่ควรพลาด แนะนำให้จองรอบล่วงหน้าเพราะรอบดีๆ เต็มเร็ว
Day 3 : พระราชวัง สวนใบไม้เปลี่ยนสี และพิพิธภัณฑ์
เช้าไปดู พิธีเปลี่ยนเวรยาม ที่ Buckingham Palace ควรไปยืนจับที่ก่อนเวลาพอสมควรเพราะคนเยอะ และควรเช็กตารางวันจัดพิธีจากเว็บทางการก่อน เพราะไม่ได้มีทุกวันและปรับตามฤดูกาล จากนั้นเดินทะลุเข้า St James's Park ต่อไป Hyde Park เก็บภาพใบไม้เปลี่ยนสีให้เต็มอิ่ม
ช่วงบ่ายเข้า British Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ระดับโลกและเป็นที่หลบฝนชั้นดีในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ ตกเย็นเลือกได้ระหว่าง Camden Market สายสตรีทจัดจ้าน หรือ Notting Hill ย่านบ้านสีพาสเทลที่เดินเล่นสบายกว่า ถ้าชอบจังหวะทริปแบบวันละโซนเหมือนกันนี้ ลองเทียบกับ แพลนเที่ยวโตเกียวครั้งแรก 5 วัน 4 คืน ดูได้ โครงคิดคล้ายกันมาก
Day 4 : ทริปวันเดียวออกนอกเมือง
วันที่สี่ผมแนะนำให้ออกนอกลอนดอนสักวัน ตัวเลือกยอดนิยมคือ Warner Bros. Studio Tour London – The Making of Harry Potter ซึ่งอยู่แถวเมือง Watford วิธีไปคือนั่งรถไฟจากสถานี London Euston ราว 20 นาที แล้วต่อรถชัตเทิลของสตูดิโอเข้าไปอีกช่วงหนึ่ง ที่นี่ ต้องจองตั๋วล่วงหน้าเสมอ เพราะเป็นระบบรอบเวลา ไม่มีขายหน้างานให้เดินเข้าเฉยๆ
ถ้าไม่ใช่สายแฮร์รี่ พอตเตอร์ ให้สลับไป Windsor Castle แทน เป็นปราสาทที่ยังใช้งานจริงและเดินทางจากลอนดอนไม่ยาก ได้บรรยากาศเมืองเล็กอังกฤษที่ต่างจากในเมืองหลวงชัดเจน ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ควรเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับรวมแล้วเกือบทั้งวัน
Day 5 : กรีนิช เส้นแบ่งเวลาโลก และช้อปปิ้งก่อนกลับ
วันสุดท้ายไป Greenwich ขึ้นไปที่ Royal Observatory แล้วยืนคร่อม Prime Meridian เส้นแบ่งเวลาโลก ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นภาพปิดทริป วิวเมืองจากเนินกรีนิชก็สวยไม่แพ้จุดชมวิวเสียเงิน จากนั้นค่อยกลับเข้าเมืองเก็บของฝากรอบสุดท้าย แล้วเผื่อเวลาไปสนามบินให้เยอะกว่าที่คิดเสมอ เพราะรถไฟช่วงชั่วโมงเร่งด่วนแน่นจริง
เตรียมตัวก่อนบิน : วีซ่า เที่ยวบิน เงิน และปลั๊กไฟ
วีซ่า UK ต้องขอล่วงหน้า ห้ามชะล่าใจ
เรื่องนี้สำคัญที่สุดของทริปนี้ คนไทย ต้องขอ UK Standard Visitor Visa ล่วงหน้า ไม่ได้อยู่ในกลุ่มยกเว้นวีซ่าและไม่ใช่แค่ลงทะเบียน ETA แบบบางสัญชาติ ขั้นตอนคือยื่นออนไลน์แล้วไปสแกนไบโอเมตริกซ์ตามนัดก่อนเดินทาง ควรเริ่มดำเนินการล่วงหน้าหลายสัปดาห์ และ เช็กเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บทางการของสถานทูตอังกฤษก่อนเสมอ เพราะกฎมีการปรับอยู่เรื่อยๆ
เที่ยวบินและการเข้าเมือง
บินตรง กรุงเทพฯ-ลอนดอน ใช้เวลาราว 12-13 ชั่วโมง มีสายการบินให้เลือกหลายเจ้า หรือจะเลือกแบบต่อเครื่องผ่านฮับตะวันออกกลางหรือเอเชียก็มักได้ราคาที่ยืดหยุ่นกว่า พอลงที่ Heathrow เข้าเมืองได้ทั้ง Heathrow Express ที่เร็วที่สุด หรือ Elizabeth line ที่ราคาย่อมเยากว่าและจอดหลายจุดในเมือง
เงิน ปลั๊กไฟ และการเดินทางในเมือง
อังกฤษใช้ ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) ร้านค้าส่วนใหญ่รับบัตรและแตะจ่ายสะดวกมาก พกเงินสดติดตัวไว้นิดหน่อยก็พอ ปลั๊กไฟเป็น Type G สามขาแบน ต้องเตรียม adapter ไปเอง ส่วนการเดินทางในเมืองใช้ บัตร Oyster หรือแตะบัตรเครดิต/เดบิตแบบ contactless ขึ้น Tube และรถบัสได้เลย ไม่ต้องซื้อตั๋วทีละเที่ยวให้เสียเวลา
เช็กลิสต์ของที่ต้องมีติดกระเป๋า
- เสื้อผ้าแบบ ใส่หลายชั้น (layering) ถอดเพิ่มถอดออกได้ตามอากาศที่เปลี่ยนระหว่างวัน
- ร่มพับหรือเสื้อกันฝนบางๆ พกติดตัวทุกวัน โดยเฉพาะตุลาคมที่ฝนมาบ่อย
- รองเท้าใส่เดินสบาย ที่ผ่านการใส่มาแล้ว ไม่ใช่คู่ใหม่เอี่ยม
- ปลั๊ก adapter Type G และพาวเวอร์แบงก์สำหรับวันที่ต้องใช้แผนที่ทั้งวัน
- บัตรเครดิต/เดบิตแบบ contactless อย่างน้อยสองใบ เผื่อใบหนึ่งมีปัญหา
- สำเนาเอกสารวีซ่าและที่พัก เก็บไว้ทั้งในมือถือและแบบกระดาษ
ข้อควรรู้ที่มือใหม่มักพลาด
อย่างแรกคือ อย่าคิดว่าจะเดินเข้าได้ทุกที่ สถานที่ดังหลายแห่งในลอนดอนใช้ระบบจองรอบ ถ้าไม่จองล่วงหน้าอาจได้แค่ถ่ายรูปด้านนอก อย่างที่สองคือค่าใช้จ่ายทุกอย่างมีการปรับราคาเป็นระยะ ผมจึงไม่ระบุตัวเลขในบทความนี้ ให้ เช็กราคาปัจจุบันจากเว็บทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง จะปลอดภัยกว่า
อย่างที่สามคือเผื่อใจเรื่องฝน อากาศลอนดอนช่วงนี้เปลี่ยนได้ในชั่วโมงเดียว วิธีแก้คือมีแผนสำรองในร่มไว้ทุกวัน เช่นพิพิธภัณฑ์หรือห้างใหญ่ ใครที่กำลังชั่งใจระหว่างทริปยุโรปกับปลายทางอื่นในช่วงปลายปีเดียวกัน ลองอ่านเทียบกับ แพลนเที่ยวดูไบและอาบูดาบี 5 วัน 4 คืน หรือฝั่งเอเชียอย่าง ไกด์เที่ยวไต้หวันครั้งแรกช่วงปลายปี 2026 ดูก่อนตัดสินใจก็ได้
สรุป : ลอนดอนครั้งแรก ไม่ยากอย่างที่คิด
ถ้าให้สรุปสั้นๆ เที่ยวลอนดอนครั้งแรก 5 วัน 4 คืน ช่วงกันยายน-พฤศจิกายน คือทริปที่คุ้มมากสำหรับคนไทยที่อยากลองไปยุโรปด้วยตัวเอง ระบบขนส่งเข้าใจง่าย ภาษาอังกฤษใช้ได้ทั้งเมือง สถานที่สำคัญกระจุกตัวเดินถึงกัน ขอแค่จัดการเรื่อง วีซ่า UK ให้เรียบร้อยล่วงหน้า และเผื่อเสื้อกันหนาวกับร่มไว้ให้พอ ที่เหลือคือการเดินให้เต็มอิ่ม
และถ้าใครวางแผนไปคาบเกี่ยว ปลายพฤศจิกายนถึงธันวาคม จะเจอตลาดคริสต์มาสเปิดพอดี บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบเลย อ่านต่อได้ที่ ไกด์เที่ยวอังกฤษปลายปี 2026 ดูบอลพรีเมียร์ลีกและตลาดคริสต์มาส ส่วนใครอยากดูภาพเคลื่อนไหวจริงของทริปต่างประเทศแบบไปเอง ตามไปกดติดตามช่อง YouTube @celebmashow ได้เลย มีคลิปรีวิวการเดินทางแบบไม่ผ่านทัวร์ให้ดูเรื่อยๆ ครับ


