คลิปจากช่อง Mizaki Life ตอน "หลงเสน่ห์ Morocco ฮอลลีวูดแห่งทะเลทราย" พาไปดูบรรยากาศจริงของโมร็อกโก ประเทศที่หลายคนเก็บไว้ในลิสต์มานานแต่ยังไม่กล้าจองตั๋วสักที เพราะรู้สึกว่ามันไกล มันแปลก และไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี บทความนี้เลยทำหน้าที่เป็นไกด์เดินคู่กับคลิป ดูภาพบรรยากาศจากในคลิปด้านบนไป แล้วอ่านต่อว่าแต่ละเมืองมีอะไร ต้องเผื่อเวลาเท่าไหร่ และเรื่องไหนที่คนไปครั้งแรกมักพลาด
สิ่งที่ทำให้โมร็อกโกไม่เหมือนที่ไหน คือมันยัดหลายโลกไว้ในประเทศเดียว เช้ายังเดินหลงอยู่ในตรอกเมืองเก่าที่กลิ่นเครื่องเทศลอยมาเป็นระยะ ตกบ่ายอีกวันไปยืนอยู่หน้าหมู่บ้านดินสีน้ำตาลอมส้มที่เคยเป็นฉากหนังฮอลลีวูด แล้ววันถัดมาก็ไปนอนดูดาวกลางเนินทรายซาฮาร่า ใครที่เคยดูคลิปทริป ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนืออย่างซาอุฯ–อียิปต์ มาก่อน จะจับอารมณ์ของโมร็อกโกได้เร็ว แต่ก็จะเจอว่าที่นี่มีกลิ่นยุโรปผสมอยู่มากกว่าที่คิด
Marrakech เมืองเก่าที่มีชีวิตทั้งวันทั้งคืน
Marrakech คือประตูบานแรกของคนส่วนใหญ่ หัวใจของเมืองคือ เมดินา หรือเขตเมืองเก่าที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ข้างในเป็นเขาวงกตของตรอกซอกซอยกำแพงดินสีส้ม ที่แม้จะเปิดแผนที่ในมือถือก็ยังหลงได้อยู่ดี ข้อแนะนำง่าย ๆ คือ อย่าเพิ่งเครียดกับการหลง ให้เผื่อเวลาเดินเล่นแบบไม่มีจุดหมายไว้อย่างน้อยครึ่งวัน เพราะเสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่การเดินไปเจอเอง
Jemaa el-Fnaa จัตุรัสที่เปลี่ยนโฉมตอนพระอาทิตย์ตก
จัตุรัส Jemaa el-Fnaa กลางวันกับกลางคืนแทบเป็นคนละที่ ตอนกลางวันจะเป็นลานโล่งมีแผงน้ำส้มคั้นสด นักแสดงข้างทาง และคนเดินขวักไขว่ พอตะวันเริ่มตก แผงอาหารจะทยอยกางออกมาเต็มลาน ควันจากเตาย่างลอยขึ้นเป็นม่าน มีวงดนตรีพื้นเมืองตีกลองเป็นจังหวะ กลายเป็นลานอาหารกลางแจ้งขนาดมหึมา ถ้าอยากเห็นภาพจำของโมร็อกโกในช็อตเดียว ให้ขึ้นไปหาที่นั่งริมระเบียงรอบจัตุรัสตอนใกล้ค่ำ แล้วมองลงมา
เรื่องอาหาร ให้ลองของพื้นเมืองก่อนอย่าง tagine หม้อดินฝาแหลมที่ตุ๋นเนื้อกับผักและผลไม้แห้งจนเปื่อย และ couscous ที่คนท้องถิ่นนิยมกินกันเป็นมื้อใหญ่ประจำสัปดาห์ ปิดท้ายด้วย ชามินต์ ชาเขียวใส่ใบมินต์กับน้ำตาล ซึ่งไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นวัฒนธรรมการต้อนรับแขก เจ้าของร้านหลายที่จะรินให้จากที่สูงจนเกิดฟอง ถือเป็นธรรมเนียมที่ควรรับไว้ด้วยความสุภาพ
ตลาด souk, Bahia Palace และ Jardin Majorelle
ตรอกตลาดหรือ souk ที่แตกแขนงออกจากจัตุรัส คือแหล่งของฝากหลักของเมือง มีทั้งเครื่องหนัง เครื่องเทศ พรมทอมือ และโคมไฟฉลุลายที่เป็นภาพจำ กติกาสำคัญคือ ต้องต่อราคา ราคาที่บอกครั้งแรกมักเผื่อไว้เยอะ การต่อรองที่นี่เป็นเรื่องปกติและควรทำด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่การทะเลาะ ถ้าไม่อยากได้จริง ๆ ก็อย่าเพิ่งเปิดราคา เพราะเมื่อเปิดแล้วการเดินหนีจะกลายเป็นเรื่องเสียมารยาท
อีกสองจุดที่ไม่ควรพลาดคือ Bahia Palace วังเก่าที่โชว์งานฝีมือโมร็อกโกเต็มรูปแบบ ทั้งกระเบื้องโมเสก zellij เพดานไม้แกะสลัก และคอร์ตยาร์ดที่ออกแบบให้ลมพัดผ่านตลอด กับ Jardin Majorelle สวนสีน้ำเงินสดที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของ Yves Saint Laurent จุดนี้คนเยอะและคิวยาวมากในช่วงไฮซีซั่น ควรจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าและเลือกช่วงเวลาต้น ๆ ของวัน ส่วน มัสยิด Koutoubia ที่มีหอคอยสูงเด่นเป็นแลนด์มาร์กนั้น คนต่างศาสนาไม่ได้เข้าด้านใน แต่เดินชมด้านนอกและสวนรอบ ๆ ก็สวยแล้ว โดยเฉพาะตอนแสงเย็น
Ouarzazate และ Ait Benhaddou ฮอลลีวูดแห่งทะเลทราย
นี่คือหัวใจของชื่อคลิป และเป็นเหตุผลที่หลายคนอยากไปโมร็อกโกตั้งแต่แรก เมือง Ouarzazate ได้ฉายาว่า ฮอลลีวูดแห่งทะเลทราย เพราะเป็นฐานถ่ายทำหนังฟอร์มใหญ่มานานหลายสิบปี ที่นี่มี Atlas Studios สตูดิโอถ่ายหนังกลางภูมิประเทศแห้งแล้ง ที่ยังเก็บฉากเก่าไว้ให้เดินชม ทั้งกำแพงเมืองโบราณ วิหารอียิปต์จำลอง และอุปกรณ์ประกอบฉากที่เคยอยู่ในหนังที่เราเคยดูมาแล้วโดยไม่รู้ตัวว่าถ่ายที่โมร็อกโก
แต่ตัวเอกจริง ๆ อยู่ห่างออกไปไม่ไกล คือ Ait Benhaddou หมู่บ้านดินโบราณแบบ ksar ที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO ตัวหมู่บ้านสร้างจากดินเหนียวผสมฟาง ไล่ระดับขึ้นไปตามเนินเขาจนดูเหมือนปราสาททรายขนาดยักษ์ ที่นี่เป็นโลเคชันของหนังและซีรีส์ดังอย่าง Gladiator และ Game of Thrones เวลาเดินข้ามลำน้ำเข้าไปแล้วไต่ขึ้นไปยืนบนยอด มองย้อนกลับมาเห็นหุบเขาแห้ง ๆ ทอดยาว จะเข้าใจทันทีว่าทำไมผู้กำกับถึงเลือกที่นี่แทนการสร้างฉากขึ้นมาใหม่
การเดินทางจาก Marrakech มาโซนนี้ต้องข้ามเทือกเขา High Atlas ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวที่ใช้เวลาราว 4-5 ชั่วโมง ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านเบอร์เบอร์เกาะอยู่ตามไหล่เขาและวิวที่เปลี่ยนจากเขียวเป็นน้ำตาลทีละนิด ใครเมารถควรเตรียมยาไปด้วย และถ้ามีเวลาน้อยจริง ๆ ไม่ควรบีบให้เป็นทริปวันเดียวไปกลับ เพราะจะเหลือเวลาเดินจริงแค่ชั่วโมงเดียว ทั้งที่จุดนี้คือจุดที่ควรอยู่นานที่สุด
ทะเลทรายซาฮาร่าที่ Merzouga นอนแคมป์ใต้ดาว
ถ้าพูดถึง ทะเลทรายซาฮาร่า ในโมร็อกโก จุดที่คนไปกันมากที่สุดคือ Merzouga ซึ่งเป็นประตูสู่เนินทราย Erg Chebbi ทรายที่นี่เป็นสีส้มอมทองและเป็นเนินสูงต่อเนื่องแบบที่เห็นในภาพยนตร์ กิจกรรมมาตรฐานคือขี่อูฐเดินเข้าไปในเนินทรายช่วงบ่ายแก่ ๆ เพื่อไปรอดูพระอาทิตย์ตกบนสันทราย แล้วค้างคืนที่แคมป์กลางทะเลทราย มีมื้อค่ำ วงกลองรอบกองไฟ และท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวแบบไม่มีมลภาวะแสงมารบกวน
สิ่งที่คนไปครั้งแรกมักประเมินพลาดคือ อุณหภูมิกลางคืน ทะเลทรายกลางวันร้อนจัดแต่พอตะวันตกดินความร้อนจะหายไปเร็วมาก กลางคืนหนาวกว่าที่คิดหลายเท่า ควรพกเสื้อกันหนาวจริงจังติดไปด้วยแม้จะไปหน้าร้อน อีกเรื่องคือทรายเข้าทุกซอกทุกมุม กล้องและเลนส์ควรมีถุงเก็บ และผ้าพันคอผืนยาวจะช่วยได้ทั้งกันแดด กันทราย และกันลม ใครเคยลอง ที่พักกลางทะเลทรายแถบดูไบ มาแล้ว จะพบว่าฝั่งโมร็อกโกดิบกว่า เรียบง่ายกว่า และให้ความรู้สึกว่าอยู่กลางที่ว่างจริง ๆ มากกว่า
ข้อควรรู้เรื่องระยะทาง คือ Merzouga อยู่ไกลจาก Marrakech พอสมควร ปกติคนจะรวบเส้นทางเป็นทริปข้ามคืน โดยแวะ Ait Benhaddou และหุบเขา Dades หรือ Todra ระหว่างทาง ทริปสองคืนสามวันจะกำลังพอดี ส่วนทริปแบบไปกลับสองวันจะเหนื่อยมากเพราะนั่งรถแทบทั้งวัน
Casablanca กับมัสยิด Hassan II ริมมหาสมุทร
Casablanca เป็นเมืองเศรษฐกิจที่หน้าตาโมเดิร์นกว่าเมืองอื่น หลายคนใช้เป็นแค่จุดขึ้นลงเครื่อง แต่ถ้ามีเวลาสักครึ่งวันก็คุ้มที่จะแวะ เพราะมี มัสยิด Hassan II ซึ่งเป็นหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติกโดยมีส่วนหนึ่งของฐานยื่นออกไปเหนือผืนน้ำ หอมินาเรตสูงเด่นมองเห็นได้จากไกล และงานตกแต่งทั้งกระเบื้อง ปูนปั้น และไม้แกะสลักคืองานฝีมือระดับสูงสุดของช่างโมร็อกโก
จุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวคือ มัสยิดแห่งนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโมร็อกโกที่ คนต่างศาสนาเข้าชมด้านในได้ ผ่านทัวร์นำชมตามรอบเวลาที่กำหนด ควรเช็กรอบล่วงหน้าและเผื่อเวลาไว้ เพราะรอบมีจำกัดและปรับเปลี่ยนตามวันสำคัญทางศาสนา การแต่งกายให้เรียบร้อยปิดไหล่ปิดเข่าเป็นมารยาทพื้นฐานที่ควรทำ ส่วนบริเวณลานกว้างด้านนอกริมทะเลนั้นเดินเล่นถ่ายรูปได้สบาย โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงตกกระทบผนังหินเป็นสีทอง
แพลนเส้นทางและการเดินทางจากไทย
จากไทย ไม่มีเที่ยวบินตรงไปโมร็อกโก ต้องต่อเครื่องผ่านฮับตะวันออกกลางอย่างดูไบหรือโดฮา หรือต่อผ่านยุโรป ซึ่งถ้าเลือกต่อเครื่องแบบพักค้างสักคืน ก็เปลี่ยนช่วงรอเครื่องให้เป็นทริปย่อยได้ อีกรูปแบบที่คนไทยนิยมมากคือ ควบทริปสเปนเข้ากับโมร็อกโก เพราะสองประเทศนี้อยู่คนละฝั่งช่องแคบยิบรอลตาร์และเดินทางเชื่อมกันได้ไม่ยาก ทำให้ได้ทั้งยุโรปและแอฟริกาเหนือในการบินไกลรอบเดียว
เรื่องจำนวนวัน ถ้าอยากได้ครบทั้ง Marrakech, Ait Benhaddou, ซาฮาร่า และ Casablanca แบบไม่ต้องวิ่ง ควรมีเวลาราวหนึ่งสัปดาห์ถึงสิบวัน เส้นทางที่ไหลลื่นที่สุดคือเข้าที่เมืองหนึ่งแล้วออกอีกเมืองหนึ่ง จะได้ไม่ต้องย้อนทางกลับ ใครมีเวลามากกว่านั้นค่อยต่อไป Fes เมืองเก่าที่มีเมดินาใหญ่และบ่อฟอกหนังโบราณ หรือ Chefchaouen เมืองสีฟ้าบนภูเขาทางเหนือ
| เมือง | ไฮไลต์ | เวลาที่ควรเผื่อ |
|---|---|---|
| Marrakech | Jemaa el-Fnaa, ตลาด souk, Bahia Palace, Jardin Majorelle, Koutoubia | 2-3 วัน |
| Ouarzazate + Ait Benhaddou | Atlas Studios, หมู่บ้านดินมรดกโลก, วิวข้าม High Atlas | 1-2 วัน (ค้าง 1 คืนกำลังดี) |
| Merzouga (ซาฮาร่า) | เนินทราย Erg Chebbi, ขี่อูฐดูพระอาทิตย์ตก, แคมป์กลางทะเลทราย | 2-3 วันรวมเวลาเดินทาง |
| Casablanca | มัสยิด Hassan II, ลานริมมหาสมุทรแอตแลนติก | ครึ่งวันถึง 1 วัน |
| Fes (เสริม) | เมดินาขนาดใหญ่, บ่อฟอกหนังโบราณ | 1-2 วัน |
| Chefchaouen (เสริม) | เมืองสีฟ้าบนภูเขา, ตรอกถ่ายรูป | 1-2 วัน |
ทิปส์ ฤดูที่ควรไป และเรื่องวีซ่า
ช่วงที่อากาศกำลังดีคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) และ ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) กลางวันอุ่นกำลังเดิน กลางคืนเย็นสบาย ส่วนฤดูร้อนในเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินอย่าง Marrakech และโซนทะเลทรายจะร้อนจัดจนเดินกลางแจ้งตอนบ่ายแทบไม่ไหว ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้จัดตารางเที่ยวเป็นเช้าตรู่กับเย็น แล้วพักช่วงบ่าย สกุลเงินที่ใช้คือ ดีแรห์ม (dirham) ควรมีเงินสดติดตัวไว้บ้างเพราะร้านเล็กและแผงในตลาดหลายเจ้ายังรับแต่เงินสด
- การแต่งกาย โมร็อกโกเป็นประเทศมุสลิม แต่งตัวปิดไหล่ปิดเข่าจะสบายใจกว่าทั้งกับตัวเองและคนท้องถิ่น โดยเฉพาะเวลาเข้าศาสนสถานหรือเดินในเมืองเล็ก
- ต่อราคาใน souk เสมอ ราคาแรกมักตั้งเผื่อไว้ ต่อด้วยรอยยิ้มและถ้าไม่ตกลงก็เดินจากไปได้ แต่อย่าเปิดราคาถ้ายังไม่อยากซื้อจริง
- ชามินต์คือมารยาท ถ้าเจ้าของร้านรินให้ ให้รับไว้ เป็นธรรมเนียมต้อนรับ ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อของ
- ขออนุญาตก่อนถ่ายคน โดยเฉพาะนักแสดงข้างทางและพ่อค้าแม่ค้า บางคนถือว่าการถ่ายคือบริการที่ต้องจ่าย ถามก่อนจะไม่มีปัญหา
- เตรียมของกันทราย กันแดด แว่นกันแดด ผ้าพันคอผืนยาว ครีมกันแดด และลิปมัน จำเป็นจริงในโซนทะเลทราย
- เสื้อกันหนาวสำหรับกลางคืนในทะเลทราย อุณหภูมิตกเร็วมากหลังพระอาทิตย์ตก แม้ในหน้าร้อน
- จองล่วงหน้าสำหรับจุดยอดฮิต อย่าง Jardin Majorelle และรอบเข้าชมมัสยิด Hassan II เพื่อไม่ให้เสียเวลาต่อคิว
- เผื่อเวลาเดินทางระหว่างเมืองให้เยอะกว่าที่คำนวณ เส้นทางภูเขาคดเคี้ยวและมีจุดแวะถ่ายรูปเยอะกว่าที่คิด
- ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ ในเมดินาสัญญาณและ GPS มักเพี้ยนเพราะตรอกแคบและกำแพงสูง
สุดท้ายคือเรื่องเอกสาร ควรตรวจสอบเงื่อนไขวีซ่าล่าสุดกับสถานทูตหรือแหล่งข้อมูลทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง เพราะกฎเกณฑ์เปลี่ยนได้และแต่ละสัญชาติแต่ละวัตถุประสงค์ก็ไม่เหมือนกัน อย่าเชื่อโพสต์เก่าในกลุ่มท่องเที่ยวอย่างเดียว ตรวจกับต้นทางไว้ก่อนปลอดภัยที่สุด แล้วค่อยไปสนุกกับส่วนที่เหลือ ซึ่งก็คือการเดินหลงในเมดินา ต่อราคาโคมไฟที่ไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหนของบ้าน และนอนดูดาวกลางซาฮาร่า