ไต้หวันตั้งอยู่บนแนวภูเขาไฟและรอยเลื่อนที่ยังมีพลังความร้อนใต้ดิน ทำให้มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติกระจายอยู่แทบทุกภูมิภาค ตั้งแต่ชานเมืองไทเปไปจนถึงภูเขาในหนานโถวและที่ราบทางใต้ แต่สิ่งที่ทำให้ช่วง พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ พิเศษกว่าฤดูอื่น คืออุณหภูมิอากาศที่ลดลงจนรู้สึกหนาว โดยเฉพาะตอนเช้าและหลังพระอาทิตย์ตก การได้ลงแช่น้ำอุ่นในขณะที่อากาศรอบตัวเย็นจึงให้ความรู้สึก ผ่อนคลายและอบอุ่นจากข้างใน แบบที่หน้าร้อนให้ไม่ได้

อีกเหตุผลคือหน้าหนาวของไต้หวันเป็นฤดูที่ เดินเที่ยวกลางแจ้งสบายที่สุด ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนกลางปี ทำให้จัดแพลนแบบ "กลางวันเที่ยวเมือง กลางคืนแช่ออนเซ็น" ได้ลงตัว ใครยังไม่เคยไปไต้หวันเลยและกำลังลังเลว่าควรเริ่มฤดูไหน ลองอ่านแนวทางเที่ยวไต้หวันครั้งแรกช่วงใบไม้ร่วงถึงหน้าหนาวประกอบก่อนวางแผนจะเห็นภาพชัดขึ้น

ข้อควรรู้คือหน้าหนาวทางตอนเหนือของไต้หวัน (ไทเป อี๋หลาน) มัก มีฝนปรอยและความชื้นสูง ส่วนภาคกลางและภาคใต้จะแห้งและแดดดีกว่า ดังนั้นถ้าอยากได้ทั้งออนเซ็นและท้องฟ้าสวย การวางเส้นทางเหนือ-กลางในทริปเดียวกันจะช่วยกระจายความเสี่ยงเรื่องฝนได้ดี

แต่ละแหล่งออนเซ็นของไต้หวันมีชนิดของน้ำแร่ บรรยากาศ และระยะทางจากไทเปต่างกันชัดเจน ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียดทีละแห่ง

ชื่อสถานที่จุดเด่นเหมาะกับใครการเดินทางจากไทเป
เป่ยโถว (Beitou) ไทเปเมืองออนเซ็นยุคอาณานิคมญี่ปุ่น น้ำแร่กำมะถัน มีพิพิธภัณฑ์และหุบเขาธรณีคนมีเวลาน้อย ทริปแรก อยากได้ทั้งเที่ยวและแช่ในวันเดียวนั่ง MRT ต่อสายเป่ยโถว-ซินเป่ยโถว ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
เจียวซี (Jiaoxi) อี๋หลานน้ำพุร้อนคาร์บอเนตใส ไม่มีกลิ่น คนท้องถิ่นเรียกน้ำพุร้อนสายบิวตี้สายผิวสวย คนไม่ชอบกลิ่นกำมะถัน อยากได้เดย์ทริปนอกเมืองรถบัสผ่านทางด่วนเสวี่ยซานหรือรถไฟ ประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง
อูไหล (Wulai) นิวไทเปออนเซ็นริมลำธารใกล้น้ำตกอูไหล ในเขตวัฒนธรรมชนเผ่าอาตายัลสายธรรมชาติ อยากได้วิวภูเขาและวัฒนธรรมพื้นเมืองรถบัสจากไทเปประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ในพื้นที่มีกระเช้าและรถราง
กวนจื่อหลิ่ง (Guanziling) ไถหนานโคลนออนเซ็นสีเทาดำ หนึ่งในไม่กี่แห่งของโลก บรรยากาศท้องถิ่นแท้คนเคยไปไต้หวันแล้ว อยากได้ประสบการณ์หายากและคนน้อยนั่งรถไฟความเร็วสูงลงใต้แล้วต่อรถ ควรกันเวลาค้างคืน
หลูซาน (Lushan) หนานโถวออนเซ็นในหุบเขา อยู่ในภาคกลางเดียวกับทะเลสาบสุริยันจันทราคนที่มีแพลนเที่ยวภาคกลางอยู่แล้ว อยากพักผ่อนกลางขุนเขาต่อรถจากไถจงหรือรวมกับเส้นทางทะเลสาบสุริยันจันทรา

เป่ยโถว คือคำตอบสำหรับคนที่มีเวลาไม่กี่วันแต่ไม่อยากพลาดออนเซ็น เพราะอยู่ในเขตไทเปและนั่ง MRT ไปถึงได้ตรง ๆ โดยเปลี่ยนเป็นขบวนสั้นช่วงเป่ยโถว-ซินเป่ยโถว ใช้เวลารวมจากกลางเมืองไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ย่านนี้เริ่มเป็นเมืองน้ำพุร้อนตั้งแต่ ยุคอาณานิคมญี่ปุ่น จึงยังหลงเหลือสถาปัตยกรรมไม้แบบญี่ปุ่นและวัฒนธรรมการแช่ที่ส่งต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ไฮไลต์ที่คนส่วนใหญ่ไม่พลาดคือ หุบเขาธรณี (Thermal Valley) บ่อน้ำแร่กำมะถันที่พ่นไอขาวฟุ้งทั้งหุบ สวยเป็นพิเศษในวันที่อากาศเย็น แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่าน้ำตรงจุดนั้น ร้อนจัดจนห้ามลงเล่นน้ำหรือจุ่มมือเด็ดขาด มีไว้ชมและถ่ายรูปจากทางเดินที่จัดไว้เท่านั้น ส่วนการแช่จริงให้ไปที่บ่อสาธารณะหรือโรงแรมออนเซ็นในย่านเป่ยโถว ซึ่งมีตั้งแต่ระดับประหยัดแบบบ่อรวมไปจนถึงห้องส่วนตัวหรูหรา เลือกได้ตามงบและความสะดวกใจ ใครกำลังต่อแพลนกับตัวเมือง ลองดูรีวิวแพลนเที่ยวไทเปจากคลิปของช่องเป็นโครงตั้งต้น

  • Beitou Hot Spring Museum อาคารโรงอาบน้ำเก่าที่เล่าประวัติวัฒนธรรมออนเซ็นของไต้หวัน
  • หุบเขาธรณี จุดชมไอน้ำกำมะถัน ถ่ายรูปสวยที่สุดช่วงเช้าที่อากาศเย็น
  • ห้องสมุดสาขาเป่ยโถว อาคารไม้กลางสวนสาธารณะ เดินต่อจากสถานีซินเป่ยโถวได้
  • บ่อสาธารณะกลางแจ้ง ราคาย่อมเยา แต่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำและหมวกคลุมผมตามกฎ
  • โรงแรมออนเซ็นในย่านเป่ยโถว ที่มีแพ็กเกจแช่แบบไม่ค้างคืนสำหรับคนเวลาจำกัด

ถ้าไม่ถูกโฉลกกับกลิ่นกำมะถัน เจียวซี ในเมืองอี๋หลานคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเป็น น้ำพุร้อนคาร์บอเนต ที่ใสไม่มีสีและแทบไม่มีกลิ่น จนคนท้องถิ่นเรียกกันว่า น้ำพุร้อนสายบิวตี้ ตัวเมืองออกแบบมาเพื่อการเดินเที่ยวโดยเฉพาะ มีทั้งสวนสาธารณะที่มีบ่อแช่เท้าให้ใช้ฟรี ร้านอาหารท้องถิ่น และที่พักหลายระดับตั้งแต่เกสต์เฮาส์เล็ก ๆ ไปจนถึงรีสอร์ตที่มีบ่อในห้อง

การเดินทางสะดวกกว่าที่หลายคนคิด เพราะมีทั้งรถบัสที่วิ่งผ่าน ทางด่วนเสวี่ยซาน ซึ่งลัดภูเขาลงมาที่อี๋หลานโดยตรง และรถไฟสายตะวันออกจากไทเป ทำให้ไป เดย์ทริปเช้า-เย็นกลับ ได้สบาย ใครอยากอยู่ต่อตอนค่ำ ให้ต่อไปที่ ตลาดกลางคืนลั่วตง (Luodong Night Market) ซึ่งอยู่ไม่ไกลและขึ้นชื่อเรื่องของกินพื้นเมืองอี๋หลาน

กวนจื่อหลิ่ง ในเขตไถหนานเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่มี โคลนออนเซ็น (mud hot spring) น้ำแร่ที่นี่มีสีเทาอมดำจากตะกอนโคลนละเอียดที่ผสมอยู่ตามธรรมชาติ สัมผัสจะข้นกว่าน้ำพุร้อนทั่วไปอย่างชัดเจน บรรยากาศโดยรอบเป็นเมืองเล็กในหุบเขา นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่าเป่ยโถวและเจียวซีมาก จึงเหมาะกับคนที่เคยไปไต้หวันมาแล้วและอยากได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในทริปแรก ข้อแลกเปลี่ยนคือระยะทาง เพราะอยู่ทางใต้ ต้องนั่งรถไฟความเร็วสูงลงไปแล้วต่อรถอีกทอด ควรกันเวลาค้างคืนอย่างน้อยหนึ่งคืน ไม่เหมาะกับการรีบไปเช้าเย็นกลับจากไทเป

อูไหล ในนิวไทเปเป็นการผสมกันของสามอย่างในที่เดียว คือ น้ำพุร้อน น้ำตก และวัฒนธรรมพื้นเมือง ตัวหมู่บ้านตั้งอยู่ริมลำธารในหุบเขา มีบ่อแช่ทั้งแบบสาธารณะริมน้ำและแบบในที่พัก จุดหมายหลักคือ น้ำตกอูไหล ซึ่งขึ้นไปชมได้ด้วยรถรางเล็กและกระเช้า พื้นที่นี้เป็นถิ่นของ ชนเผ่าอาตายัล (Atayal) จึงมีอาหารพื้นเมืองอย่างข้าวหลามและเนื้อย่างสไตล์ท้องถิ่นให้ลองระหว่างเดิน เดินทางจากไทเปด้วยรถบัสสายตรงราวหนึ่งชั่วโมงเศษ เหมาะกับคนที่อยากได้ธรรมชาติแต่ไม่อยากเดินทางไกล

สำหรับคนที่แพลนลงภาคกลางอยู่แล้ว หลูซาน ในหนานโถวคือออนเซ็นในหุบเขาที่อยู่ในภาคกลางเดียวกับ ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) จึงสามารถรวมเข้ากับเส้นทางเดิมได้โดยไม่ต้องย้อนกลับไทเป บรรยากาศเป็นภูเขาเงียบ ๆ อากาศหน้าหนาวเย็นกว่าพื้นราบชัดเจน ทำให้การแช่น้ำร้อนตอนค่ำรู้สึกคุ้มเป็นพิเศษ ใครอยากเห็นภาพเส้นทางภาคกลางก่อนตัดสินใจ ดูได้จากคลิปเที่ยวทะเลสาบสุริยันจันทรา เย่หลิ่ว และจิ่วเฟิ่น ซึ่งครอบคลุมเส้นทางแถบนี้ไว้แล้ว

ออนเซ็นไต้หวันมีสองรูปแบบหลักที่กฎต่างกัน คือ บ่อสาธารณะแบบใส่ชุดว่ายน้ำ ซึ่งเป็นบ่อรวมชาย-หญิงและมักอยู่กลางแจ้ง กับ บ่อส่วนตัวหรือบ่อแยกเพศ ที่บางแห่งให้แช่แบบไม่สวมเสื้อผ้าตามธรรมเนียมดั้งเดิม การรู้ล่วงหน้าว่าจะไปแบบไหนช่วยให้เตรียมของถูกและไม่ต้องเสียเงินซื้อหน้างาน

  • ชุดว่ายน้ำ จำเป็นสำหรับบ่อสาธารณะเกือบทุกแห่ง ไม่มีแล้วเข้าไม่ได้
  • หมวกคลุมผม หลายบ่อสาธารณะบังคับ เพื่อไม่ให้เส้นผมลงไปในน้ำ
  • ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กและรองเท้าแตะกันลื่น สำหรับเดินบนพื้นเปียก
  • ดื่มน้ำเปล่าให้พอ ก่อนและหลังแช่ เพราะร่างกายเสียเหงื่อมากกว่าที่รู้สึก
  • อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนลงบ่อทุกครั้ง เป็นมารยาทพื้นฐานที่ทุกที่ถือ
  • ไม่ควรแช่ตอนท้องว่างจัด หลังกินอิ่มทันที หรือหลังดื่มแอลกอฮอล์

เรื่องเวลา แนะนำให้แช่เป็นรอบสั้น ๆ ราว 10-15 นาทีแล้วขึ้นพัก สลับกันไป ดีกว่าแช่ยาวรวดเดียว โดยเฉพาะในบ่อกำมะถันที่อุณหภูมิสูง ผู้ที่มี โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และเลือกบ่อที่อุ่นน้อยกว่าเสมอ

ทริปออนเซ็นไต้หวันที่กำลังดีคือ 4-5 วัน ซึ่งพอสำหรับไทเป บวกออนเซ็นหนึ่งถึงสองแห่ง โดยไม่ต้องเร่งจนเหนื่อย ถ้ามีแค่ 3 วันให้โฟกัสเป่ยโถวอย่างเดียวแล้วใช้เวลาที่เหลือกับตัวเมือง ส่วนคนที่มี 6 วันขึ้นไปค่อยขยับลงภาคกลางหรือภาคใต้ ใครเดินทางช่วงปลายธันวาคมสามารถต่อแพลนกับงานนับถอยหลังปีใหม่ที่ไทเป 101ได้พอดี เพราะเป็นช่วงเดียวกับฤดูออนเซ็นพอดิบพอดี

  • วันที่ 1-2 เที่ยวไทเป ตลาดกลางคืน วัด และย่านช้อปปิ้ง ปรับตัวกับอากาศเย็นก่อน
  • วันที่ 3 ครึ่งวันเช้าเป่ยโถว ชมหุบเขาธรณีและพิพิธภัณฑ์ แล้วแช่ออนเซ็นช่วงบ่ายถึงค่ำ
  • วันที่ 4 เดย์ทริปเจียวซี ต่อด้วยตลาดกลางคืนลั่วตง หรือเลือกไปอูไหลถ้าชอบธรรมชาติมากกว่า
  • วันที่ 5 เก็บจิ่วเฟิ่นหรือเย่หลิ่วก่อนกลับ หรือเปลี่ยนเป็นวันพักผ่อนเต็มวันในที่พักออนเซ็น

อยากเห็นตัวอย่างการจัดวันจริงแบบมีสถานที่ประกอบ ลองเทียบกับแพลนเที่ยวไต้หวันฤดูใบไม้ร่วง ไทเป จิ่วเฟิ่น อาลีซาน ซึ่งใช้โครงเส้นทางใกล้เคียงกันและปรับมาใช้กับหน้าหนาวได้เกือบทั้งหมด เพียงเพิ่มเสื้อกันหนาวและสลับกิจกรรมกลางแจ้งบางอย่างเป็นการแช่ออนเซ็นแทน

หัวใจของทริปนี้คือการจับคู่ อากาศเย็นกับน้ำอุ่น ให้ถูกจังหวะ เลือก เป่ยโถว ถ้ามีเวลาน้อยและอยากได้ความสะดวกสูงสุด เลือก เจียวซี ถ้าอยากได้น้ำแร่ใสไร้กลิ่นพร้อมตลาดกลางคืน เลือก อูไหล ถ้าอยากได้ธรรมชาติและวัฒนธรรมพื้นเมือง ส่วน กวนจื่อหลิ่ง กับ หลูซาน เก็บไว้สำหรับทริปที่มีเวลามากพอจะออกจากเขตไทเป เตรียมชุดว่ายน้ำกับหมวกคลุมผมไปให้พร้อม แล้วหน้าหนาวไต้หวันจะกลายเป็นฤดูที่อบอุ่นที่สุดของปี