ผมบินเข้าเวียดนามใต้มาหลายรอบ ทั้งรอบที่ไปทำงานอีเวนต์ที่ฟูก๊วกแล้วอยู่ต่อเที่ยวเองอีกสองสามวัน (เล่าไว้ในคลิป ทริปฟูก๊วกตอนไปแข่ง Poker Tour ที่เวียดนาม) และรอบที่ลงโฮจิมินห์แล้วนั่งรถต่อลงใต้ไปสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง สิ่งที่ผมเรียนรู้ชัดที่สุดจากการไปหลายรอบคือ เวียดนามใต้ไม่มีฤดูหนาว มีแค่ฤดูฝนกับฤดูแล้ง และการไปผิดฤดูทำให้ทริปเปลี่ยนไปคนละเรื่องเลย โดยเฉพาะถ้าแพลนของคุณมีเกาะอยู่ในนั้น
บทความนี้ผมเขียนสำหรับคนที่กำลังจะไป ฤดูแล้งรอบพฤศจิกายน 2026 ถึงเมษายน 2027 โดยเฉพาะ ตอบให้ครบว่าไปเดือนไหนดี ลงสนามบินไหน แต่ละเมืองเที่ยวอะไร กี่วันถึงพอ และช่วงไหนที่ควรเลี่ยงถ้าไม่อยากไปเบียดคน ผมเคยเข้าเวียดนามในทริปงานด้วย (ทริปงาน Bitget SEA Summer Camp ที่เวียดนาม) เลยพอเห็นทั้งมุมนักท่องเที่ยวและมุมคนที่ต้องเดินทางในเมืองจริงๆ ทุกวัน
ฤดูแล้งเวียดนามใต้คือช่วงไหน และต่างจากเวียดนามเหนืออย่างไร
เวียดนามใต้แบ่งฤดูออกเป็นสองช่วงชัดเจน คือ ฤดูฝนราวพฤษภาคมถึงตุลาคม ที่ฝนมักตกหนักเป็นช่วงๆ ตอนบ่ายถึงเย็น กับ ฤดูแล้งราวพฤศจิกายนถึงเมษายน ที่ฟ้าเปิดเกือบทั้งวัน ฝนตกน้อยมาก ข้อดีของฤดูแล้งคือคุณวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งได้แน่นอนกว่ามาก โดยเฉพาะทัวร์เรือที่ฟูก๊วกซึ่งเป็นตัวแปรทำให้ทริปพังหรือปังในหน้าฝน
อีกเรื่องที่คนไทยเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าเวียดนามทั้งประเทศอากาศเหมือนกัน จริงๆ แล้วภาคเหนืออย่างฮานอย ซาปา ฮาลอง มีหน้าหนาวจริงจังและมีใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งเป็นทริปคนละแบบกันเลย ถ้าคุณอยากได้อากาศเย็นและภูเขา ให้ไปดู แพลนเที่ยวเวียดนามเหนือ ซาปา ฮานอย ฮาลองเบย์ แทน แต่ถ้าอยากได้แดด ทะเล อาหารริมทาง และเมืองที่ไม่หลับ ฝั่งใต้ในฤดูแล้งคือคำตอบที่ตรงกว่า
- โฮจิมินห์ฤดูแล้ง อุณหภูมิราว 24-33 องศา ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์กลางคืนเย็นลงชัด เดินเล่นได้สบายที่สุด
- มีนาคม-เมษายน ยังแห้งอยู่แต่ร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ แตะกลางถึงปลาย 30 องศา ต้องวางแผนพักเที่ยงในร่ม
- ฟูก๊วกฤดูแล้ง ราวพฤศจิกายนถึงมีนาคม-เมษายน ทะเลนิ่ง น้ำใส เหมาะดำน้ำตื้นและ island hopping
- หน้าฝนฟูก๊วก โดยเฉพาะกรกฎาคม-กันยายน ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แรง ทัวร์เรือถูกยกเลิกบ่อย หาดบางแห่งมีสาหร่ายและขยะพัดเข้า
- ฤดูแล้งไม่ได้แปลว่าไม่มีฝนเลย ยังมีฝนหลงฤดูสั้นๆ ได้ พกร่มพับใบเล็กติดกระเป๋าไว้ไม่เสียหาย
ไปเดือนไหนดี เทียบพฤศจิกายน 2026 ถึงเมษายน 2027 แบบเดือนต่อเดือน
ถ้าให้ผมเลือกจากประสบการณ์ ผมจะตอบทันทีว่า พฤศจิกายน 2026 ถึงกุมภาพันธ์ 2027 คือช่วงที่ดีที่สุด เพราะได้ทั้งอากาศที่เดินไหวในเมืองและทะเลที่นิ่งพอให้เรือออก แต่แต่ละเดือนก็มีบุคลิกไม่เหมือนกัน ตารางข้างล่างนี้คือสิ่งที่ผมอยากให้ใครสักคนบอกผมตั้งแต่ทริปแรก
| เดือน | อากาศโฮจิมินห์ | ทะเลฟูก๊วก | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
| พฤศจิกายน 2026 | เริ่มแห้ง ฝนเหลือน้อย แดดไม่แรงมาก | เริ่มนิ่ง ทัวร์เรือกลับมาเดินเครื่องเต็มที่ | ต้นฤดู คนยังไม่แน่นเท่าปลายปี | ต้นเดือนอาจยังมีฝนหลงฤดูเป็นช่วงสั้นๆ |
| ธันวาคม 2026 | สบายที่สุดช่วงหนึ่ง กลางคืนเย็นลงชัด | ใสและนิ่ง เหมาะดำน้ำตื้น | บรรยากาศคริสต์มาสในเมืองคึกคักมาก | คริสต์มาสอีฟและปีใหม่ ย่านโบสถ์กับเหงียนเว้คนแน่นมาก |
| มกราคม 2027 | แห้ง แดดสวย ถ่ายรูปติดฟ้าใส | ช่วงพีคของทะเลใส ลมเบา | เดือนที่สภาพอากาศลงตัวที่สุดสำหรับทริปสองเมือง | เป็นไฮซีซั่นเต็มตัว ที่พักดีๆ ควรจองล่วงหน้า |
| กุมภาพันธ์ 2027 | ยังสบาย เริ่มอุ่นขึ้นปลายเดือน | นิ่ง เหมาะออกเรือ | ได้เห็นบรรยากาศเต็ด ถนนดอกไม้เหงียนเว้ | ต้นเดือนคือช่วงเต็ด ร้านเล็กปิดหลายวัน ตั๋วในประเทศและที่พักแน่น |
| มีนาคม 2027 | ร้อนขึ้นชัด แดดแรงช่วงเที่ยง | ยังนิ่งอยู่ ทัวร์เรือยังออกได้ | คนเริ่มบางลงกว่าเดือนก่อน | ต้องจัดตารางเลี่ยงเดินกลางแจ้งช่วงบ่าย |
| เมษายน 2027 | ร้อนจัด แตะกลางถึงปลาย 30 องศา | เริ่มมีลมเปลี่ยนช่วงปลายเดือน | ปลายฤดูแล้ง ยังเล่นน้ำได้ | 30 เมษายนและ 1 พฤษภาคม เป็นวันหยุดยาว คนเวียดนามเที่ยวกันเยอะ ฟูก๊วกแน่น |
สรุปสั้นๆ ถ้าคุณให้น้ำหนักกับทะเลมากกว่าเมือง เล็งมกราคมถึงต้นมีนาคม ถ้าให้น้ำหนักกับการเดินเมืองและกินของริมทาง ธันวาคมถึงมกราคมคือช่วงที่เดินสนุกที่สุดเพราะกลางคืนเย็นจริง ส่วนเมษายนผมมองว่าไปได้แต่ต้องยอมรับว่าจะเหนื่อยกับแดดกว่าที่คิด
ช่วงที่ควรเลี่ยงถ้าไม่อยากเจอคนแน่นและของแน่น
เรื่องนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะฤดูแล้งของเวียดนามใต้ทับกับวันหยุดใหญ่หลายช่วง เต็ด (Tet) ปีใหม่เวียดนามปี 2027 ตกราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตรงกับตรุษจีน ช่วงนั้นคนเวียดนามเดินทางกลับบ้านกันทั้งประเทศ ตั๋วเครื่องบินในประเทศและที่พักแน่นและปรับขึ้นชัดเจน ร้านเล็กๆ ร้านประจำที่คุณอยากไปกินอาจปิดยาวหลายวัน
- ช่วงเต็ด ต้นกุมภาพันธ์ 2027 ร้านค้าเล็กปิด คนแน่น ค่าเดินทางในประเทศสูงขึ้น ถ้าจะไปต้องจองล่วงหน้านานมาก
- คริสต์มาสอีฟถึงปีใหม่ เวียดนามมีชาวคาทอลิกจำนวนมาก ย่านโบสถ์นอเทรอดามและถนนเหงียนเว้คนแน่นจนเดินยาก
- 30 เมษายน วันรวมชาติ ต่อ 1 พฤษภาคม วันหยุดยาวในประเทศ ฟูก๊วกกับหัวเมืองท่องเที่ยวเต็มเร็วมาก
- สุดสัปดาห์ยาวของไทย เที่ยวบินกรุงเทพฯ-โฮจิมินห์ก็แน่นตามไปด้วย ถ้ายืดหยุ่นได้ให้เลือกบินกลางสัปดาห์
- ข้อดีของการไปช่วงเทศกาลคือได้เห็นถนนดอกไม้และบรรยากาศที่หาดูไม่ได้ในวันธรรมดา แลกกับความวุ่นวายที่ต้องยอมรับ
บินยังไง ลงสนามบินไหน แล้วเข้าเมืองต่อยังไง
จากกรุงเทพฯ ทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมืองมีเที่ยวบินตรงเข้า สนามบินเตินเซินเญิ้ต (SGN) ของโฮจิมินห์ ใช้เวลาบินราว 1 ชั่วโมง 30 นาที และมีหลายเที่ยวต่อวัน ทำให้ทริปสั้นๆ แบบศุกร์-อาทิตย์เป็นไปได้จริง นี่คือเหตุผลที่ผมมองว่าเวียดนามใต้เป็นปลายทางต่างประเทศที่ "เอาจริงได้เร็ว" ที่สุดปลายทางหนึ่งสำหรับคนไทย
ส่วน ฟูก๊วก (PQC) มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ในบางช่วงและบางสายการบิน แต่ตารางบินเปลี่ยนตามฤดูกาลบ่อย ต้องเช็คก่อนวางแผนเสมอ ถ้าช่วงที่คุณจะไปไม่มีบินตรง ทางที่ง่ายที่สุดคือบินเข้าโฮจิมินห์ก่อนแล้วต่อเครื่องภายในประเทศ SGN ไป PQC อีกราวหนึ่งชั่วโมง ผมแนะนำให้เผื่อเวลาต่อเครื่องให้ใจกว้างหน่อย เพราะการย้ายอาคารและคิวตรวจในชั่วโมงเร่งด่วนกินเวลากว่าที่คาด
- Grab ใช้ได้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ กดเรียกจากสนามบินได้ ราคาโชว์ในแอปตั้งแต่ต้น ไม่ต้องต่อรอง
- Xanh SM แท็กซี่ไฟฟ้าที่แพร่หลายมาก เรียกผ่านแอปหรือขึ้นที่จุดจอดได้
- แท็กซี่มิเตอร์เจ้าใหญ่ สะดวกถ้าไม่อยากรอ แต่ควรยืนยันว่ากดมิเตอร์ก่อนออกรถทุกครั้ง
- ระยะทางสนามบินถึงเขต 1 ราว 7-8 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 30-45 นาที ขึ้นกับรถติด ถ้าลงช่วงเย็นวันศุกร์ให้เผื่อเวลามากกว่านั้น
- หลีกเลี่ยงการรับข้อเสนอจากคนที่เดินมาชวนในโถงผู้โดยสารขาเข้า ให้เดินไปจุดเรียกรถอย่างเป็นทางการดีกว่า
ข่าวดีของคนที่กลัวรถติดคือ รถไฟฟ้าใต้ดินโฮจิมินห์สาย 1 (เบ๊นถั่น-ซวีเตียน) เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่ปลายปี 2024 เป็นสายแรกของเมือง ช่วยเลี่ยงรถติดได้ในบางเส้นทางและสถานีเบ๊นถั่นก็อยู่ใจกลางย่านเที่ยวพอดี ส่วน สนามบินนานาชาติลองแถ่ง (Long Thanh) จังหวัดด่งนายยังอยู่ระหว่างก่อสร้างและกำหนดเปิดเลื่อนได้ ถ้าคุณวางแผนทริปปลายฤดูแล้งควรเช็คข่าวก่อน เพราะถ้าเปิดเมื่อไหร่เส้นทางเข้าเมืองจะเปลี่ยนไปพอสมควร
โฮจิมินห์ (ไซ่ง่อน) เที่ยวอะไรบ้าง จัด 2-3 วันยังไงให้ครบ
ข้อดีของไซ่ง่อนคือของเที่ยวหลักกระจุกอยู่ในเขต 1 เดินถึงกันได้เกือบหมด ถ้าคุณเลือกที่พักในเขต 1 หรือขอบๆ เขต 3 คุณจะประหยัดเวลาเดินทางไปได้เยอะมาก ผมมองว่า 2 วันเต็มคือขั้นต่ำ 3 วันคือกำลังสวย โดยกันวันหนึ่งไว้ให้ทริปนอกเมืองอย่างอุโมงค์กู๋จีหรือสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
วันแรก ย่านอาณานิคมและใจกลางเขต 1
เริ่มที่ ที่ทำการไปรษณีย์กลางไซ่ง่อน สถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมฝรั่งเศสที่ยังใช้งานจริง ข้างในเย็นสบายและถ่ายรูปสวย ตรงข้ามกันคือ โบสถ์นอเทรอดามไซ่ง่อน ซึ่งผมต้องบอกตรงๆ ว่า โบสถ์อยู่ระหว่างบูรณะมาหลายปีและมีนั่งร้านคลุม กำหนดเสร็จเลื่อนมาหลายรอบ ถ้าคุณเห็นภาพสวยๆ ในอินเทอร์เน็ตแล้วคาดหวังจะได้แบบนั้น เตรียมใจไว้ก่อนว่าถ่ายไม่ได้เต็มสวยเหมือนภาพเก่าแน่นอน จากนั้นเดินต่อไป ทำเนียบเอกราช (Dinh Doc Lap) และปิดท้ายบ่ายที่ พิพิธภัณฑ์เศษซากสงคราม ซึ่งเนื้อหาหนักและมีภาพรุนแรง ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก แต่ถ้าคุณอยากเข้าใจเมืองนี้จริงๆ ที่นี่เปลี่ยนมุมมองได้เลย
วันที่สอง ตลาด ไชน่าทาวน์ และวิวจากที่สูง
เช้าไป ตลาดเบ๊นถั่น ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องต่อราคา ถ้าไม่ถนัดต่อให้ดูไว้เฉยๆ แล้วไปซื้อของฝากที่ร้านติดป้ายราคาแทน ช่วงสายขยับไปย่านไชน่าทาวน์ เจอะเลิ้น (Cho Lon) แวะ วัดเทียนเฮา ที่ควันธูปขดลอยเต็มเพดาน และ ตลาดบิ่งเต็ย ที่บรรยากาศเป็นตลาดค้าส่งของคนท้องถิ่นจริงๆ ระหว่างทางแวะ โบสถ์ตันดิ่ญ โบสถ์สีชมพูที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ตอนเย็นเลือกขึ้นจุดชมวิวสักที่ ระหว่าง Landmark 81 ตึกสูงที่สุดในเวียดนาม กับ Bitexco Financial Tower Saigon Skydeck ที่อยู่ใกล้เขต 1 มากกว่า
กลางคืนไซ่ง่อนสนุกกว่าที่คิด ถนนคนเดินเหงียนเว้ คนเยอะแต่ปลอดภัยและมีอะไรให้ดูตลอด ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ ตึก Cafe Apartment เลขที่ 42 เหงียนเว้ อาคารเก่าที่แต่ละห้องกลายเป็นคาเฟ่คนละสไตล์ ขึ้นไปนั่งชั้นบนแล้วมองลงมาที่ถนนคนเดินคือวิวที่คุ้มเวลา ส่วน ถนนบุยเวียน เป็นย่านกลางคืนแบบเสียงดังมากจริงๆ ถ้าคุณไม่อินกับเพลงเปิดแข่งกัน แนะนำให้เดินผ่านดูบรรยากาศแล้วออกดีกว่า และอย่าจองที่พักติดถนนเส้นนี้ถ้าคุณนอนไม่หลับง่าย
- ก๋มเติ๋ม (com tam) ข้าวหักหมูย่าง อาหารเช้าคลาสสิกของไซ่ง่อน ร้านที่คนต่อคิวตอนเจ็ดโมงเช้าคือร้านที่ควรเข้า
- บั๋นหมี่ (banh mi) ขนมปังฝรั่งเศสไส้แน่น กินระหว่างเดินได้ เป็นมื้อเช้าเร่งด่วนที่ไม่เคยผิดหวัง
- เฝอ (pho) และ หูเตี๊ยว (hu tieu) เส้นคนละแบบ รสคนละทาง ควรลองทั้งคู่ อย่าเหมาว่าเหมือนกัน
- บั๋นแส่ว (banh xeo) แป้งทอดกรอบห่อผักสด กับ บุ๋นถิดเนื้อง (bun thit nuong) หมูย่างคลุกเส้น เป็นมื้อกลางวันที่ไม่หนักท้อง
- กาแฟนมเย็น ca phe sua da เข้มกว่าที่คนไทยชิน และ กาแฟมะพร้าว ที่นิยมทางใต้ ส่วนกาแฟไข่เป็นของฮานอยมากกว่า อย่าไปตามหาที่นี่
ข้ามถนนและเรื่องจุกจิกที่คนไทยไปครั้งแรกมักสะดุด
เรื่องนี้ผมพูดจริงจัง การข้ามถนนในโฮจิมินห์คือด่านหินสำหรับคนไทย มอเตอร์ไซค์เยอะมากและแทบไม่หยุดให้ เทคนิคที่ใช้ได้จริงคือ เดินช้าๆ ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ไม่วิ่ง ไม่หยุดกะทันหัน เพราะคนขี่เขาคำนวณจังหวะจากความเร็วของคุณแล้วขี่หลบเอง สิ่งที่อันตรายที่สุดคือการตกใจแล้วถอยกลับกลางคัน ถ้ายังไม่กล้า ให้เดินเกาะกลุ่มไปกับคนท้องถิ่นสองสามรอบแรกก่อน แล้วคุณจะจับจังหวะได้เอง
เรื่องเงิน สกุลเงินของเวียดนามคือ ด่ง (VND) ซึ่งตัวเลขเป็นหลักพันหลักหมื่น ต้องนับศูนย์ให้ดีทุกครั้งก่อนยื่นเงิน ร้านใหญ่ห้างและร้านในเมืองรับบัตรและ QR แต่ตลาดกับร้านเล็กยังใช้เงินสดเป็นหลัก ซิมท่องเที่ยวและ eSIM หาซื้อได้ทั้งที่สนามบินและออนไลน์ อินเทอร์เน็ตในเมืองเร็วดีมาก ส่วนเรื่องที่คนไทยมักตกใจคือโรงแรมส่วนใหญ่ขอเก็บพาสปอร์ตไปลงทะเบียนตอนเช็คอิน อันนี้เป็นเรื่องปกติของเวียดนาม แต่ควรถามให้ชัดว่าได้คืนเมื่อไหร่และถ่ายรูปหน้าพาสปอร์ตเก็บไว้ในมือถือด้วย
ฟูก๊วก ทะเลฤดูแล้งที่ทัวร์เรือออกได้เกือบทุกวัน
ฟูก๊วกเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม อยู่ในอ่าวไทย จังหวัดเกียนซาง ซึ่งแปลว่าทะเลที่คุณจะเจอหน้าตาใกล้เคียงฝั่งอ่าวไทยบ้านเราพอสมควร ถ้าจะเทียบกันตรงๆ ผมมองว่าน้ำใสระดับท็อปของไทยยังชนะ แต่ฟูก๊วกได้เปรียบเรื่องความแปลกใหม่และของเที่ยวบนบกที่เยอะกว่าเกาะขนาดเดียวกัน ใครกำลังชั่งใจระหว่างสองที่ ลองเทียบกับ ทะเลใต้ไทยช่วงไฮซีซั่นฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย ดูก่อนตัดสินใจ
หาดหลักที่ควรรู้จักคือ หาดซาว (Bai Sao) ทรายขาวละเอียดที่สุดของเกาะ อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ไปเช้าจะได้หาดที่ยังสงบ หาดลอง (Long Beach) ยาวและเป็นจุดดูพระอาทิตย์ตกที่เข้าถึงง่ายที่สุด หาดเคม (Bai Khem) น้ำใสและเงียบกว่า และ หาดโองลาง (Ong Lang) ที่บรรยากาศเป็นธรรมชาติกว่าโซนรีสอร์ตใหญ่ ในฤดูแล้งหาดพวกนี้สะอาดกว่าหน้าฝนอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่มีลมมรสุมพัดสาหร่ายและขยะเข้าฝั่ง
ฝั่งของเที่ยวที่สร้างขึ้น กระเช้าฮอนธม (Hon Thom Cable Car) จากอานเถ่ยข้ามทะเลไปเกาะฮอนธม ยาวราว 7.9 กิโลเมตร เป็นกระเช้าข้ามทะเลที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก วิวระหว่างทางคือของจริง แต่ต้องรู้ว่า อาจปิดชั่วคราวถ้าลมแรงหรือมีวันซ่อมบำรุง ควรเช็คก่อนไปทุกครั้ง ใกล้กันคือ Sunset Town ย่านสถาปัตยกรรมสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่มี สะพานจูบ (Kiss Bridge) เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ส่วนทางเหนือของเกาะมี Grand World โซนคลองสไตล์เวนิสพร้อมพิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้และการแสดงกลางแจ้ง กับ VinWonders และ Vinpearl Safari สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก
- ทัวร์เรือ island hopping หมู่เกาะอานเถ่ย ดำน้ำตื้นดูปะการัง เป็นกิจกรรมที่คุ้มที่สุดของฤดูแล้ง ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน
- ตลาดกลางคืนซเวืองโดง (Dinh Cau Night Market) เน้นอาหารทะเล ต้องถามราคาก่อนสั่งและดูตาชั่งให้ชัดเสมอ
- โรงงานน้ำปลาฟูก๊วก สวนพริกไทย และไวน์ซิม (ruou sim) คือสามอย่างที่เป็นของฝากประจำเกาะจริงๆ ไม่ใช่ของที่ระลึกทั่วไป
- เรือนจำฟูก๊วก (Coconut Tree Prison) สถานที่ประวัติศาสตร์ที่ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง
- ยำปลาเฮอร์ริ่งดิบ (goi ca trich) เมนูขึ้นชื่อของเกาะ กินคู่กับปลาหมึกและกุ้งย่างริมทะเล ถ้าไม่กินของดิบให้สั่งอย่างอื่นแทน
เรื่องการเดินทางบนเกาะต้องเผื่อใจ ฟูก๊วกยาวกว่าที่ดูในแผนที่ ขับรถจากเหนือจรดใต้กินเวลาพอสมควร คนส่วนใหญ่เลือกเช่ามอเตอร์ไซค์หรือเรียก Grab กับแท็กซี่ ถ้าจะขับเอง ต้องมีใบขับขี่สากล อย่าเสี่ยงขับโดยไม่มี เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุประกันเดินทางอาจไม่คุ้มครอง สำหรับคนที่ชอบเกาะแบบมีทั้งทะเลและของเที่ยวบนบก ผมว่าฟูก๊วกกับ บาหลีที่ต้องเลือกช่วงเวลาไปให้ถูกเหมือนกัน เป็นสองตัวเลือกที่คนไทยมักเอามาชั่งใจกันบ่อยที่สุด
สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ไปแบบไหนคุ้ม เบ๊นแจไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างเกิ่นเทอ
ถ้าคุณมีเวลาแค่วันเดียว ทริปยอดนิยมคือลงไป หมี่โถ (My Tho) หรือ เบ๊นแจ (Ben Tre) นั่งเรือพายในคลองมะพร้าว แวะสวนผลไม้และดูการทำขนมท้องถิ่น ไปเช้าเย็นกลับได้จริงและไม่เหนื่อยเกินไป อีกทางเลือกวันเดียวคือ อุโมงค์กู๋จี (Cu Chi Tunnels) ที่ขับรถราว 1.5-2 ชั่วโมงทางเดียวจากตัวเมือง เตือนไว้ก่อนว่าอุโมงค์แคบมากจริงๆ คนกลัวที่แคบควรคิดให้ดีก่อนลง เพราะลงไปแล้วจะย้อนกลับกลางทางไม่ง่าย
ส่วน ตลาดน้ำก๋ายรัง (Cai Rang) ที่เมือง เกิ่นเทอ (Can Tho) ผมยืนยันจากประสบการณ์ว่า ควรค้างคืนที่เกิ่นเทอหนึ่งคืน ไม่ควรไปเช้าเย็นกลับ เพราะระยะทางจากโฮจิมินห์ราว 3-4 ชั่วโมง และตลาดต้องออกเรือตั้งแต่เช้ามืดถึงจะเห็นบรรยากาศจริง ถ้าไปถึงสายแล้วเรือค้าขายก็แยกย้ายกันหมดแล้ว อีกเรื่องที่ต้องปรับความคาดหวังคือ ปัจจุบันเรือค้าขายในตลาดน้ำน้อยลงกว่าสมัยก่อนพอสมควร เพราะถนนสะดวกขึ้นคนเลยขนของทางบกแทน ถ้าคุณไปด้วยภาพในหัวจากสารคดีเก่าอาจผิดหวังได้
แพลนรายวัน กี่วันถึงพอ และควรแบ่งเวลาให้แต่ละที่เท่าไหร่
คำถามที่ผมโดนถามบ่อยที่สุดคือ "ไปกี่วันพอ" คำตอบขึ้นกับว่าคุณจะเอาทะเลด้วยหรือไม่ ถ้าเอาแค่โฮจิมินห์กับทริปนอกเมืองหนึ่งวัน สามวันสองคืนจบสวย แต่ถ้าจะพ่วงฟูก๊วกเข้าไปด้วย ห้าวันสี่คืนคือขั้นต่ำ และเจ็ดวันหกคืนคือกำลังพอดี เพราะการย้ายเมืองหนึ่งครั้งกินเวลาจริงเกือบครึ่งวันเสมอเมื่อรวมเวลาเช็คเอาต์ เดินทางไปสนามบิน และเช็คอินที่พักใหม่
| หัวข้อ | โฮจิมินห์ (ไซ่ง่อน) | ฟูก๊วก | สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (เบ๊นแจ / เกิ่นเทอ) |
|---|---|---|---|
| บุคลิกของที่ | เมืองใหญ่ไม่หลับ ตึกอาณานิคม ตลาด อาหารริมทาง | เกาะรีสอร์ต ทะเล ทัวร์เรือ และสวนสนุกครบในที่เดียว | ชนบทริมน้ำ คลองมะพร้าว ตลาดน้ำ วิถีชีวิตช้าๆ |
| ควรให้เวลากี่วัน | 2-3 วันเต็ม | 3-4 วัน ถ้าอยากได้ทั้งหาดและของเที่ยวบนบก | 1 วันสำหรับเบ๊นแจ หรือ 2 วัน 1 คืนถ้าจะไปเกิ่นเทอ |
| การเดินทาง | เดินได้ในเขต 1 เสริมด้วย Grab และเมโทรสาย 1 | ต้องมีรถตลอด เกาะยาว ระยะทางระหว่างจุดไกลกว่าที่คิด | นั่งรถจากโฮจิมินห์ 1.5-2 ชั่วโมง (เบ๊นแจ) หรือ 3-4 ชั่วโมง (เกิ่นเทอ) |
| เหมาะกับใคร | สายกิน สายเดินเมือง สายประวัติศาสตร์ | ครอบครัวมีเด็ก คู่รัก คนอยากนอนพักจริงจัง | คนอยากเห็นเวียดนามที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว |
| ข้อเสียที่ต้องยอมรับ | รถติดหนัก อากาศร้อน ข้ามถนนยาก | ต้องบินต่อหรือหาไฟลต์ตรงที่ตารางเปลี่ยนบ่อย | ต้องตื่นเช้ามาก และตลาดน้ำคึกคักน้อยกว่าในอดีต |
- แพลน 5 วัน 4 คืน (กระชับ) โฮจิมินห์ 2 คืน บินต่อฟูก๊วก 2 คืน กลับจากฟูก๊วกหรือย้อนออกทางโฮจิมินห์ ตัดสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงออก
- แพลน 7 วัน 6 คืน (พอดีที่สุด) โฮจิมินห์ 2 คืน + ทริปวันเดียวไปเบ๊นแจหรือกู๋จี 1 วัน + ฟูก๊วก 3 คืน
- แพลน 9 วัน 8 คืน (เต็มอิ่ม) โฮจิมินห์ 3 คืน + เกิ่นเทอ 1 คืนเพื่อดูตลาดน้ำเช้ามืด + ฟูก๊วก 4 คืน
- ทริปสั้นสุดสัปดาห์ โฮจิมินห์ล้วน 3 วัน 2 คืน บินเย็นวันศุกร์กลับค่ำวันอาทิตย์ ทำได้จริงเพราะบินแค่ชั่วโมงครึ่ง
- กฎที่ผมยึดเสมอ อย่าย้ายเมืองเกินสองครั้งในทริปเจ็ดวัน เพราะทุกการย้ายกินเวลาจริงราวครึ่งวันและกินแรงมากกว่านั้น
สรุป วางแผนเที่ยวเวียดนามใต้ฤดูแล้ง 2026-2027 ยังไงให้ไม่พลาด
ถ้าให้ย่อทั้งบทความเหลือสามบรรทัด ผมจะบอกว่า เล็งพฤศจิกายน 2026 ถึงกุมภาพันธ์ 2027 เลี่ยงต้นกุมภาพันธ์ที่เป็นช่วงเต็ด บินตรงเข้าเตินเซินเญิ้ตแล้วต่อเครื่องไปฟูก๊วก และให้เวลาโฮจิมินห์ 2-3 วันกับฟูก๊วก 3-4 วัน เรื่องค่าใช้จ่ายผมไม่ระบุตัวเลขเพราะตั๋วเครื่องบินกับที่พักขยับตามฤดูกาลและวันหยุดเยอะมาก สิ่งที่ควรทำคือเช็คราคาหน้าเว็บทางการของสายการบินและที่พักด้วยตัวเองก่อนจอง และเช็คเงื่อนไขวีซ่ากับสถานทูตเวียดนามหรือเว็บทางการอีกครั้งก่อนเดินทางเสมอ เพราะกฎเปลี่ยนได้ตลอด ที่เหลือคือเตรียมยากันยุง ดื่มน้ำขวด ถามราคาก่อนสั่งทุกครั้งในร้านที่ไม่ติดป้าย แล้วก็ปล่อยให้เมืองมันพาไป



